วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ <p><strong>วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง</strong><br /><strong>E-ISSN:</strong> ________<br /><strong>กำหนดออก :</strong> ปีละ 2 ฉบับ (ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน, ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม)<br /><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : </strong>วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง (Vector Borne Diseases Journal : VBDJ) เป็นวารสารทางวิชาการ จัดเผยแพร่โดย กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วิทยาการเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม การวินิจฉัยรักษา ด้านโรคติดต่อนำโดยแมลง และสัตว์ขาข้อปล้องอื่นๆ ที่เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข รวมถึงด้านชีววิทยาและสิ่งแวดล้อมของสัตว์รังโรค พาหะนำโรค การพัฒนางานเชิงระบบ การพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ การป้องกันควบคุมโรค ระบบสาธารณสุขและการแพทย์ แนวทางบูรณาการสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) การเข้าถึงการรักษา การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการติดตามประเมินผล<br />ทั้งที่เป็นนิพนธ์ต้นฉบับ (Original article) รายงานปริทัศน์ (Review article) รายงานผู้ป่วย (Case report) และรายงานการสอบสวนโรค (Outbreak investigation report)</p> th-TH <p><span style="font-weight: 400;">ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ</span></p> <p><span style="font-weight: 400;">การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก </span><strong>กองโรคติดต่อนำโดยแมลง</strong><span style="font-weight: 400;"> ก่อนเท่านั้น</span></p> aric.dvbd@gmail.com (Dr. Prayut Sudathip) aric.dvbd@gmail.com (Miss Tippayarat Plibai) Sat, 31 Dec 2016 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การวิเคราะห์เชิงพรรณนาข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก (Dengue disease) ทั้ง 5 มิติของการดําเนินงาน https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1645 <p>โรคไข้เลือดออกเดงกี (Dengue illness) (1) เป็นโรคประจำถิ่นของประเทศไทยและเป็นปัญหาสาธารณสุข ที่สำคัญของประเทศมานานกว่า 57 ปี โดยเริ่มมีการระบาดครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2501 ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเขตเมืองใหญ่ จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2530 เกิดการระบาดครั้งใหญ่ โดยมีรายงานผู้ป่วยสูงถึง 174,285 ราย เสียชีวิต 1,007 ราย ทุกจังหวัดมีรายงานผู้ป่วยมากบ้างน้อยบ้าง และมีรายงานต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีโดยมากมักเป็นผู้ป่วยที่อาศัยในเขตเมืองเขตเทศบาลและชุมชนที่มีที่พักอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นโดยในอดีตกลุ่มผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-9 ปี แต่ในปัจจุบันกลุ่มผู้ป่วนส่วนใหญ่เป็นเด็กโตอายุ 10-14 ปีและมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยในวัยผู้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีรายงานผู้ป่วยกระจายในทุกจังหวัด เฉลี่ยประมาณปีละ 50,000-60,000 ราย และจะมีรายงานผู้ป่วยสูงขึ้นในทุก 3-5 ปี สูงเกินกว่า 100,000 รายโดยสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ครบทั้ง 4 ชนิดมากน้อยในแต่ละปีประเทศไทยจัดเป็นประเทศในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการระบาดโรคจำนวน ผู้ป่วยเฉลี่ยต่อปี (ประมาณ 60,000 ราย) สูงเป็นอันดับ 6 ใน 30 ประเทศ (WHO,2004-2010)</p> <p>โรคไข้เลือดออกมียุงลาย (<em>Aedes spp.)</em> เป็นพาหะนําโรคที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านการขยายพันธุ์ และการแพร่เชื้อโดยแหล่งเพาะพันธุ์เป็นภาชนะเก็บกักน้ำที่พบได้ทั่วไปในระดับครัวเรือน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆ รอบบ้าน มาตรการสำคัญในการป้องกันโรคจึงอยู่ที่การมีส่วนร่วมของครัวเรือนในการจัดการสภาพแวดล้อมภายในและรอบบ้านให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้น้อยที่สุดเพื่อป้องกันการติดโรคที่อาจเกิดขึ้นในครัวเรือน ส่วนการควบคุมการแพร่ระบาดยังมีความจําเป็นที่ต้องใช้สารเคมีพ่นทำลายยุงพาหะนําโรคในพื้นที่เกิดโรค ควบคู่กับการควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายซึ่งกรมควบคุมโรคมีการผลักดันนโยบายโดยการใช้การจัดการพาหะนําโรค แบบผสมผสาน (Integrated Vector Management : IVM) ผ่านกลไกอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งแบบยั่งยืน ทั้งนี้ วิธีการดังกล่าวจำเป็นต้องมีความร่วมมือจากชุมชนทุกระดับอย่างจริงจังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงก่อนฤดูกาล ระบาดในเดือนมกราคมถึงเมษายนประกอบกับปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนโรคไข้เลือดออกมาใช้ในบางประเทศ ได้แก่ บราซิล เม็กซิโก และฟิลิปปินส์ แต่ยังคงต้องติดตามประสิทธิผล และประสิทธิภาพโดยรวมในระยะยาวต่อไป</p> จิระพัฒน์ เกตุแก้ว, จิรวรรธ ประมวลเจริญกิจ, ธนพร ตู้ทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1645 Sat, 21 Feb 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาทางกีฏวิทยายุงพาหะนำโรคเท้าช้างในพื้นที่รอยโรค จังหวัดสุราษฎร์ธานีปี 2557 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1641 <p>การศึกษาทางกีฏวิทยายุงพาหะนําโรคเท้าช้างในพื้นที่เสี่ยงโรค จังหวัดสุราษฎร์ธานีปี 2557 เป็นการศึกษายุงพาหะนําโรคเท้าช้างในพื้นที่เสี่ยงโรค จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อทราบถึงชนิดและความหนาแน่นของยุงพาหะนําโรคเท้าช้างในพื้นที่พบโรค รวมทั้งศึกษาอัตราการติดเชื้อและอัตราการแพร่เชื้อของยุงพาหะนําโรคเท้าช้าง โดยจับยุงใช้คนเป็นเหยื่อล่อในพื้นที่กลุ่มบ้านบางกํายาน หมู่ที่ 2 ตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง และกลุ่มบ้านน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้วนํายุงแต่ละชนิดที่จับได้มาตรวจหาตัวอ่อนพยาธิ พบว่า พื้นที่ทั้งสองแห่งยังมียุงพาหะนําโรคเท้าช้างในพื้นที่กลุ่มบ้านบางกํายาน หมู่ที่ 2 ตำบลสินเจริญ อำเภอพระแสง มียุง <em>Ma. uniformis</em> และ <em>Ma. indiana</em> มีความหนาแน่นสูง ต่างจากพื้นที่กลุ่มบ้านน้ำเกลี้ยง หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนาเดิม ที่มียุงพาหะนําโรคเท้าช้างที่มีความหนาแน่นสูงจำนวน 3 ชนิดคือ <em>Ma. annulata</em>, <em>Ma</em>. <em>bonneae</em> และ <em>Ma. Indiana</em> ความหนาแน่นของยุงพาหะนําโรคเท้าช้างในทั้งสองพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา พบว่า ส่วนใหญ่มีความหนาแน่นสูงในช่วงเวลา 19.00-20.00 น. แล้วค่อยๆ ลดลง และตรวจไม่พบตัวอ่อนพยาธิโรคเท้าช้างในยุงในทั้งสองพื้นที่ การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยายังเป็นสิ่งจําเป็นที่ต้องดำเนินการ โดยการเฝ้าระวังยุงพาหะนําโรค ด้วยการสุ่มสํารวจยุงพาหะนําโรคในพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าว (พม่า) เป็นระยะๆ เพื่อดูว่ามีการแพร่เชื้อสู่ยุงหรือไม่และดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคเท้าช้างในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ</p> คณพศ ทองขาว, สุพิทย์ ยศเมฆ, อุบลรัตน์ นิลแสง, วันสงกรานต์ ศรีเผือก ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1641 Sat, 21 Feb 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาประสิทธิภาพฤทธิ์หาให้แมลงตายและฤทธิ์ทำให้แมลงหงายท้องของสารเคมีเดลค้าเมทรินและไซเพอร์เมทรินบนแผ่นไม้อัดต่อยุงลายบ้านสายพันธุ์ห้องปฏิบัติการและสายพันธุ์ภาคสนาม https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1642 <p>สารเคมี deltamethrin และ Cypermethrin เป็นสารเคมีหลักที่ใช้ในการฉีดพ่นควบคุมยุงลายบ้าน <em>Aedes aegypti</em> ซึ่งเป็นพาหะสำคัญนําโรคไข้เลือดออกในประเทศไทยการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพฤทธิ์ทำให้ยุงหงายท้อง (knockdown effect) และฤทธิ์ในการฆ่า (killing effect) ของสารเคมี deltamethrin (อัตราการใช้ 0.025 0.05 0.1 และ 0.2 กรัมสารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตร) และสารเคมี Cypermethrin (อัตราการใช้ 0.1 0.3 0.5 และ 0.7 กรัมสารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตร) สูตรสารละลายน้ำมันเข้มข้น EC (Emulsifiable Concentrate) ฉีดพ่นบนแผ่นไม้อัด โดยทดสอบกับยุงลายบ้านสายพันธุ์จันทบุรีที่มีความต้านทานต่อสารเคมี deltamethrin และ cypermethrin ในระดับสูงเปรียบเทียบกับยุงลายสายพันธุ์ที่ไวต่อสารเคมีจากห้องปฏิบัติการ ผลการทดสอบพบว่า สารเคมี deltamethrin ที่อัตราการใช้ 0.025 กรัม สารออกฤทธิ์ ต่อตารางเมตร สามารถทำให้ยุงลายหงายท้องได้ 34% และทำให้ยุงลายตาย 10% เมื่อครบเวลา 48 ชั่วโมง และที่อัตราทดสอบสูงสุดที่ 0.2 กรัมสารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตร ทำให้ยุงลายหงายท้อง 83.3% และที่ 48 ชั่วโมง ทำให้ยุงลายตาย 18.8% ส่วนสารเคมี Cypermethrin ที่อัตราการใช้ 0.1 กรัม สารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตร ทำให้ยุงลายหงายท้อง 26.5% และที่ 48 ชั่วโมง ทำให้ยุงลายตาย 6.1% และที่อัตราทดสอบสูงสุด 0.7 กรัม สารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตร ทำให้ยุงลายหงายท้อง 83.7% และเมื่อครบเวลา 48 ชั่วโมง พบยุงลายตายเพียง 28.6% ขณะที่ยุงลายสายพันธุ์จากห้องปฏิบัติการ สารเคมี deltamethrin ที่อัตราการใช้ 0.025-0.2 กรัม สารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตรสามารถทำให้ยุงลายหงายท้อง 100% แต่เฉพาะที่อัตราการใช้ 0.1-0.2 กรัม สารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตรที่สามารถทำให้ยุงลายทดสอบตายมากกว่า 80% และสารเคมี Cypermethrin ทุกอัตราการใช้ที่ใช้ทดสอบ (0.1-0.7 กรัมสารออกฤทธิ์ต่อตารางเมตร) สามารถทำให้ยุงลายห้องปฏิบัติการ หงายท้อง 100% และทำให้ยุงตาย 92-100% เมื่อครบเวลาที่ 48 ชั่วโมง</p> วรรณภา ฤทธิสนธิ์, สุนัยนา สท้านไตรภพ, ธํารงค์ ผลชีวิน, วันสงกรานต์ ศรีเผือก ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1642 Sat, 21 Feb 2026 00:00:00 +0700 การประเมินมาตรฐานควันในพื้นที่ จังหวัดอุดรธานี ปี 2558 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1643 <p>การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเครื่องพ่นสารเคมีกับมาตรฐานที่กําหนดของหน่วยงานเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง เลือก 16 หน่วยงานเป็นพื้นที่ศึกษา โดยเลือกแบบเจาะจง ดำเนินการศึกษาระหว่าง เดือนมีนาคม ถึง กรกฎาคม 2558 โดยใช้มาตรฐานการประเมินเครื่องพ่นหมอกควัน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า เครื่องพ่นหมอกควัน 65 เครื่อง สามารถตรวจประเมินได้ จำนวน 59 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 90.77 แบ่งเป็น 6 ยี่ห้อ ได้แก่ Igeba, Best Fogger, Swing Fog, Green Fog และ IZ-Fog กับ Plus Fog จำนวน 40,12,3,2 และอย่างละ 1 เครื่อง ตามลำดับ ไม่สามารถตรวจประเมินได้ 6 เครื่อง การวัดอุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 49 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 83.05 อุณหภูมิสูงกว่ามาตรฐาน จำนวน 10 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 16.95 เครื่องพ่นที่มีอัตราการไหลของน้ำยาเคมีตามขนาดที่กําหนด จำนวน 32 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 54.24 อัตราการไหลของน้ำยาเคมีวัดได้สูงกว่าขนาดที่กําหนด จำนวน 17 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 28.81 เครื่องพ่นหมอกควันผลิตขนาดเม็ดละอองน้ำยา (VMD) ได้ตามมาตรฐานกําหนด จำนวน 49 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 83.05 และยังพบว่ามีเครื่องพ่นหมอกควันผลิตขนาดเม็ดละออง น้ำยาเกินมาตรฐานกําหนด จํานวน 10 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 16.95</p> <p>การศึกษาครั้งนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการประเมินประสิทธิภาพเครื่องพ่นหมอกควันที่มีการใช้ในการควบคุมโรคไข้เลือดออกในเกือบทุกพื้นที่ของจังหวัดอุดรธานี</p> ไสว โพธิมล, ประเทือง ยมศรีเคน ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1643 Sat, 21 Feb 2026 00:00:00 +0700 องค์ประกอบทางเคมีและประสิทธิศักย์ของสารสกัดจากสัก (Tectona grandis L.f.) ต่อลูกน้ำยุงลายบ้าน(Aedes aegypti (L.)) https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1644 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดจากสัก และทดสอบประสิทธิศักย์ในการฆ่าลูกน้ำยุงลายบ้าน โดยเปรียบเทียบอัตราการตายของลูกน้ำที่ระดับความเข้มข้น 0.00, 0.25, 0.50, 1.00, 2.50 และ 5.00 เปอร์เซ็นต์ที่ 24 ชั่วโมง ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดจากสักโดยใช้เทคนิคการทดสอบแก๊สโครมาโทรกราฟีแมสสเปคโทรมิเตอร์ พบว่า มีสารเคมี 10 ชนิด ได้แก่ 2,3-Butanediol (40.35 เปอร์เซ็นต์), 2,3-Butanediol,[R-(Ra,R@))- (38.29 เปอร์เซ็นต์) และ a-D-Glucopyranoside, methyl (13.89 เปอร์เซ็นต์) เป็นต้น ในการทดสอบประสิทธิศักย์ต่อลูกน้ำยุงลายบ้าน ใช้สารเคมีที่สกัดได้จำนวน 6 ชนิดเท่านั้น พบว่า Phenol, 3,4,5-trimethoxy- 2.5 เปอร์เซ็นต์, 2,3-Butanediol- 5 เปอร์เซ็นต์, 9,10-Anthracenedione, 2-methyl- 0.05 เปอร์เซ็นต์ และ 9,10-Anthracenedione, 2-methyl-0.1 เปอร์เซ็นต์ สามารถฆ่าลูกน้ำยุงลายบ้านในอัตรา 86.00, 91.00, 98.00 และ 100.00 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 9,10-Anthracenedione, 2-methyl- 0.01 เปอร์เซ็นต์ และ 0.025 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ลูกน้ำยุงลายตายในอัตราเท่ากับ 61.00 และ 77.00 เปอร์เซ็นต์ ผลการศึกษานี้แสดงว่าสาร 9,10-Anthracenedione, 2-methyl 0.05 เปอร์เซ็นต์ และ 9,10- Anthracenedione, 2-methyl 0.1 เปอร์เซ็นต์ มีฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายบ้านได้ในอัตราสูง มีศักยภาพที่จะพัฒนารูปแบบสูตรผสมที่เหมาะสมในการกําจัดลูกน้ำยุงลายต่อไป</p> คณพศ ทองขาว, กชพรรณ สุกระ, โสภาวดี มูลเมฆ, กามัล กอและ ลิขสิทธิ์ (c) 2016 วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1644 Sat, 21 Feb 2026 00:00:00 +0700