การส่งบทความ
ข้อกำหนดการส่งบทความ
ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
- บทความไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรือไม่ได้อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น (หากมีโปรดอธิบายในข้อความถึงบรรณาธิการ)
- ไฟล์ต้นฉบับบทความอยู่ในรูปแบบ OpenOffice, Microsoft Word
- เอกสารอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ตต้องระบุ URL ที่สามารถเข้าถึงได้
- ข้อความในบทความมีระยะห่างระหว่างบรรทัดแบบบรรทัดเดียว (single-spaced), ภาษาไทยและภาษาไทยใช้ตัวอักษร Thai Sarabun PSK ขนาด 16pt , ใช้ตัวเอียงแทนการขีดเส้นใต้ (ยกเว้นที่อยู่ URL) และวางภาพประกอบ รูปวาด และตารางไว้ภายในเนื้อหาตามตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่แยกไว้ท้ายบทความ
- บทความเป็นไปตามรูปแบบและหลักเกณฑ์การเขียนเอกสารอ้างอิงที่ระบุไว้ในคำแนะนำสำหรับผู้แต่ง
คำแนะนำผู้แต่ง
1) ประเภทบทความที่ส่งเผยแพร่
- นิพนธ์ต้นฉบับ (Original article) เป็นบทความรายงานผลการศึกษา ค้นคว้าวิจัย ที่เขียนโดยผู้ที่ดำเนินการศึกษาวิจัยด้วยตนเอง เช่น ทดลอง สังเกตการณ์ ฯลฯ รวมถึง งานวิจัยทั่วไป (Regular Research: RR) และ งานวิจัยจากงานประจำ (Routine to Research: R2R) ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ สถานที่ทำงาน บทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ คำสำคัญ บทนำ วัตถุประสงค์ วัสดุและวิธีการศึกษา ผลการศึกษา วิจารณ์ สรุป กิตติกรรมประกาศ เอกสารอ้างอิง ความยาวของบทความไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4
- แบบฟอร์มบทความ Word , PDF - รายงานปริทัศน์ (Review article) เป็นบทความที่ทบทวน หรือรวบรวมความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความรู้ใหม่ เรื่องที่น่าสนใจ จากวารสารหรือหนังสือต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ หรือเป็นบทความวิเคราะห์สถานการณ์โรคต่าง ๆ ที่ผู้อ่านนำไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น รายงานการเฝ้าระวังโรค รายงานการพยากรณ์โรค รวมถึงการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic review) ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ สถานที่ทำงาน บทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ คำสำคัญ บทนำ วิธีการสืบค้นข้อมูล เนื้อหาที่ทบทวน บทวิจารณ์ สรุป และเอกสารอ้างอิงที่ทันสมัย อาจมีความเห็นของผู้รวบรวมเพิ่มเติมด้วย ความยาวของบทความไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4
- แบบฟอร์มบทความ Word , PDF - รายงานผู้ป่วย (Case report) เป็นบทความที่มีการรายงานกลุ่มโรคหรืออาการใหม่ที่ไม่เคยรายงานมาก่อน หรือพบไม่บ่อย และต้องมีหลักฐานชัดเจนอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย ชื่อเรื่อง ชื่อผู้นิพนธ์ สถานที่ทำงาน บทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ คำสำคัญ สถานการณ์โรค ข้อมูลคนไข้ บันทึกเวชกรรม (Clinic note) ลักษณะเวชกรรม (Case description) การดำเนินโรค (Clinic course) การยินยอมอนุญาตของคนไข้ (informed consent) สรุปกรณีศึกษา วิจารณ์หรือข้อสังเกต และเอกสารอ้างอิง ความยาวของบทความไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4
- แบบฟอร์มบทความ Word , PDF - รายงานการสอบสวนโรค (Outbreak investigation) เป็นรายงานการสอบสวนทางระบาดวิทยา นำเสนอข้อคิดเห็นแก่ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นองค์ความรู้และแนวทางในการสอบสวนโรค ประกอบด้วยหัวข้อ ดังนี้ ชื่อเรื่อง ชื่อผู้รายงานและทีมสอบสวนโรค สถานที่ทำงาน บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำสำคัญ บทนำ วัตถุประสงค์ วัสดุและวิธีการศึกษา ผลการสอบสวนโรค กิจกรรมการควบคุมโรค ปัญหาและข้อจำกัดในการสอบสวนโรค วิจารณ์ผล สรุปผลการสอบสวน ข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง ความยาวของบทความไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4
- แบบฟอร์มบทความ Word , PDF
*หมายเหตุ : หากบทความที่ขอรับการตีพิมพ์ เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยทดลองในมนุษย์ หรือการทดลองในสัตว์ ผู้นิพนธ์จะต้องระบุหลักฐานว่าโครงการวิจัยดังกล่าว ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว ขอให้ระบุเลขที่และสถาบันที่ให้การรับรองจริยธรรมการวิจัย ทั้งนี้ การอนุมัติให้ลงตีพิมพ์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจากกองบรรณาธิการวารสาร ถือเป็นที่สิ้นสุด
2) การเตรียมบทความเพื่อเผยแพร่
- ชื่อเรื่อง ควรสั้นกะทัดรัด ให้ได้ใจความที่ครอบคลุม ตรงกับวัตถุประสงค์ และเนื้อเรื่อง ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
- ชื่อผู้เขียน เขียนชื่อสกุลผู้นิพนธ์ (ไม่ต้องระบุคำนำหน้านาม) และสถานที่ทำงานทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ในกรณีที่มีผู้นิพนธ์หลายคนให้เรียงชื่อตามลำดับความสำคัญของแต่ละคน และใส่หมายเลขตัวยกต่อท้ายชื่อสกุล เชื่อมโยงกับสถานที่ทำงานของแต่ละคน พร้อมทั้งใส่ชื่อสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เพื่อติดต่อผู้นิพนธ์ (Correspondence)
- เนื้อเรื่อง ควรใช้ภาษาไทยให้มากที่สุด และภาษาที่เข้าใจง่าย สั้น กะทัดรัดและชัดเจน เพื่อประหยัดเวลาของผู้อ่าน หากใช้คำย่อต้องเขียนคำเต็มไว้ครั้งแรกก่อน
- บทคัดย่อ การย่อเนื้อหาสำคัญ เอาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ระบุตัวเลขทางสถิติที่สำคัญ ใช้ภาษารัดกุมเป็นประโยคสมบูรณ์ ประมาณ 250 - 300 คำ และมีส่วนประกอบคือ วัตถุประสงค์ วัสดุและวิธีการศึกษา ผลการศึกษา และวิจารณ์หรือข้อเสนอแนะ (อย่างย่อ) ไม่ต้องมีเชิงอรรถ ไม่ต้องอ้างอิง บทคัดย่อต้องเขียนทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
- คำสำคัญ เป็นคำที่แสดงถึงเนื้อหาของบทความ โดยย่อเหลือเพียงคำที่แสดงใจความสำคัญของเนื้อเรื่อง เพื่อช่วยในการสืบค้นและเข้าถึงเนื้อหาของบทความได้ง่ายขึ้น คำสำคัญควรสั้น กะทัดรัด ชัดเจน มีจำนวน 3 - 5 คำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อ
- บทนำ อธิบายความเป็นมา ความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัย ศึกษาค้นคว้าของผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นการนำไปสู่ความจำเป็นในการศึกษาวิจัยให้ได้ผล เพื่อแก้ไขปัญหา หรือตอบคำถามที่ตั้งไว้ หากมีทฤษฎีที่จำเป็นต้องใช้ในการศึกษา อาจเขียนไว้ในส่วนนี้ได้ และวัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัยในส่วนท้ายของบทนำ
- วัสดุและวิธีการศึกษา อธิบายวัสดุของการศึกษาวิจัย โดยกล่าวถึงรายละเอียดแหล่งที่มาของข้อมูล จำนวนและลักษณะเฉพาะของตัวอย่างที่ศึกษา ต้องบอกถึงการอนุญาตจากผู้ป่วย/ผู้ให้ข้อมูล และการยอมรับจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมในการศึกษาสิ่งมีชีวิต ส่วนวิธีการศึกษานั้น ควรกล่าวถึง รูปแบบการศึกษาวิจัย การเก็บข้อมูล การสุ่มตัวอย่าง วิธีหรือมาตรการที่ศึกษา เครื่องมือ หลักการที่ใช้ในการศึกษาเชิงคุณภาพ หรือปริมาณ แบบสอบถาม การทดสอบความเชื่อมั่น การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้
- ผลการศึกษา อธิบายสิ่งที่ได้จากการศึกษาวิจัย โดยเสนอหลักฐาน และข้อมูลอย่างเป็นระเบียบ พร้อมทั้งแปลความหมายของผลที่ค้นพบหรือวิเคราะห์อย่างชัดเจน ดูง่าย ถ้าผลไม่ซับซ้อนไม่มีตัวเลขมาก บรรยายเป็นร้อยแก้ว แต่หากตัวเลขมาก ตัวแปรมาก ควรใช้ตาราง แผนภูมิ และภาพ จำนวนที่เหมาะสม 1 - 5 ตารางหรือภาพ
- วิจารณ์ ควรเขียนอภิปรายผลการศึกษาวิจัยว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ สมมติฐานของการวิจัย หรือไม่เพียงใด และควรอ้างอิงถึงทฤษฎี หรือผลการศึกษาของผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ควรเขียนสรุปเกี่ยวกับการวิจัย (ให้ตรงประเด็น) และข้อเสนอแนะที่นำผลไปใช้ประโยชน์ หรือสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
- สรุป (ถ้ามี) ควรเขียนสรุปเกี่ยวกับการวิจัย (ให้ตรงประเด็น) และข้อเสนอแนะที่นำผลการไปใช้ประโยชน์ หรือสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป
- เอกสารอ้างอิง การอ้างอิงเอกสารใช้ระบบ Vancouver เขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด หากเอกสารอ้างอิงมีต้นฉบับเป็นภาษาไทย ผู้นิพนธ์ต้องแปลรายการเอกสารอ้างอิงนั้นเป็นภาษาอังกฤษและระบุ "(in Thai)" ท้ายรายการเอกสารอ้างอิงนั้น ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในความถูกต้องของเอกสารอ้างอิง การอ้างอิงเอกสารให้ใช้เครื่องหมายเชิงอรรถเป็นหมายเลข โดยใช้หมายเลข 1 สำหรับเอกสารอ้างอิงอันดับแรก และเรียงต่อตามลำดับ แต่ถ้าต้องการอ้างอิงซ้ำ ให้ใช้หมายเลขเดิม และหากเป็นวารสารภาษาอังกฤษ ให้ใช้ชื่อย่อวารสารตามหนังสือ Index Medicus การระบุรายการอ้างอิงในเนื้อความ ใช้หมายเลขที่ตรงกับรายการอ้างอิงท้ายบทความ โดยใส่ตัวเลขยก ในวงเล็บ วางไว้หลังข้อความหรือชื่อบุคคลที่อ้างถึงโดยไม่ต้องเว้นวรรค โดยเริ่มจาก “(1)” เป็นอันดับแรก และเรียงต่อตามลำดับ
3) รูปแบบการอ้างอิง (โปรดสังเกตเครื่องหมายวรรคตอนในทุกตัวอย่าง)
สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่: หลักเกณฑ์การเขียนอ้างอิงรูปแบบแวนคูเวอร์
3.1 การอ้างอิงบทความจากวารสารวิชาการมาตรฐาน
ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร. ปีที่พิมพ์;ปีที่(volume)(เล่มที่(IssueNumber))ของวารสาร:หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
ตัวอย่าง
Fischl MA, Dickinson GM, Scott GB. Evaluation of Heterosexual partners, children and household contacts of adults with AIDS. JAMA. 1987;257:640-4.
3.2 การอ้างอิงเอกสารที่เป็นหนังสือหรือตำรา
แบ่งเป็น 2 ลักษณะ
ก. การอ้างอิงหนังสือทั้งเล่ม
ชื่อผู้แต่ง. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์ (edition). เมืองที่พิมพ์: สำนักที่พิมพ์; ปีที่พิมพ์.
ตัวอย่าง
Toman K. Tuberculosis case-finding and chemo-therapy. Geneva: World Health Organization; 1979.
ข. การอ้างอิงบทหนังสือที่มีผู้เขียนเฉพาะบท และบรรณาธิการของหนังสือ
ชื่อผู้เขียน. ชื่อบท. ใน: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ชื่อหนังสือ. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์. หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
ตัวอย่าง
Nelson SA, Warschow. Protozoa and worms. In: Bolognia JL, Schaffer JV, Cerroni L, editors. Dermatology. 3th ed. New York: Elsevier; 2012. p. 1391-421.
3.3 เอกสารอ้างอิงที่เป็นหนังสือประกอบการประชุม หรือรายงานการประชุม
ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ. ชื่อเรื่อง. ชื่อการประชุม; ปี เดือน วัน ที่ประชุม; สถานที่จัดประชุม. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีพิมพ์.
ตัวอย่าง
Kimura J, Shibasaki H, editors. Recent advances in clinical neurophysiology. Proceedings of the 10th International Congress of EMG and Clinical Neurophysiology; 1995 Oct 15-19; Kyoto, Japan. Amsterdam: Elsevier; 1996.
3.4 การอ้างอิงบทความที่นำเสนอในการประชุม หรือสรุปผลการประชุม
ชื่อผู้เขียน. ชื่อเรื่อง. ใน/In; ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ/editor. ชื่อการประชุม; ปี เดือน วัน ที่ประชุม; สถานที่จัดประชุม, เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์. หน้า/p. หน้าแรก-หน้าสุดท้าย.
ตัวอย่าง
Bengtsson S, Solheim BG. Enforcement of data protection, privacy and security in medical informatics. In; Lun KC, Degoulet P, Piemme TE, Rienhoff O, editors. MEDINFO 92. Proceedings of the 7th World Congress on Medical Informatics; 1992 Sep 6-10; Geneva, Switzerland. Amsterdam: North-Holland; 1992. p. 1561-5.
3.5 เอกสารอ้างอิงที่เป็นวิทยานิพนธ์
ชื่อผู้นิพนธ์. ชื่อเรื่อง [ประเภท/ระดับปริญญา]. เมืองที่พิมพ์: มหาวิทยาลัย; ปีที่ได้รับปริญญา. จำนวนหน้า.
ตัวอย่าง
Sansiritaweesook G. Development of a surveillance system to prevent drowning based on the participation of communities at Ubon Ratchathani Province [dissertation]. Khon Kaen: Khon Kaen University; 2012. 391 p. (in thai)
3.6 การอ้างอิงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ก. วารสารอิเล็กทรอนิกส์
ชื่อผู้แต่ง. ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร [ประเภทของสื่อ]. ปีที่พิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ/cited ปี เดือน วันที่];เล่มที่ (volume):หน้าแรก-หน้าสุดท้าย. เข้าถึงได้จาก/Available from: https://..................
ตัวอย่าง
Alavi-Naini R, Moghtaderi A, Metanat M, Mohammadi M, Zabetian M. Factors associated with mortality in Tubeculosis patients. J Res Med Sci [internet]. 2013 [cited 2013 Nov 5];18:52-5. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3719227/
ข. หนังสือหรือบทความอิเล็กทรอนิกส์
ชื่อผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง. ใน/In: ชื่อบรรณาธิการ, บรรณาธิการ/editor. ชื่อหนังสือ/บทความ. [ประเภทของสื่อ]. ครั้งที่พิมพ์. เมืองที่พิมพ์: สำนักพิมพ์; ปีที่พิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ/cited ปี เดือน วันที่]. จำนวนหน้า. เข้าถึงได้จาก/Available from: https://..................
ตัวอย่าง
Matteucci MJ. Chapter 89. Isopropyl Alcohol. In: Olson KR, editor. Poisoning & drug overdose [Internet]. n.p.: McGraw-Hill; [cited 2021 March 9]. 6e. Available from: https://accessmedicine.mhmedical.com/content.aspx?bookid=391§ionid=42069903
4) การส่งบทความ
4.1 การระบุรายนาม ผู้นิพนธ์หลักและผู้นิพนธ์ร่วมต้องสมัครเป็นสมาชิกของวารสาร และต้องกรอกรายละเอียดของทุกท่าน โดยระบุชื่อ-สกุล หน่วยงาน และอีเมลติดต่อ ให้ครบถ้วน โดยผู้นิพนธ์ทุกท่านจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อมีการส่งบทความขอรับการพิจารณาเผยแพร่ในวารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง
4.2 การพิมพ์บทความ
- บทความความยาวทั้งหมด ไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4 ใช้โปรแกรม Microsoft Word รูปแบบอักษร TH Sarabun New ขนาด 16 point
- การใช้จุดทศนิยม หากใช้ 1 หรือ 2 ตำแหน่ง ขอให้ใช้ให้เหมือนกันทั้งบทความ
- เอกสารอ้างอิงต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
- ตาราง ควรพิมพ์ ไม่ใช้ตารางที่เป็นภาพ มีลำดับที่และชื่อตาราง ปรากฎอยู่เหนือตาราง นำหน้าด้วยคำว่า "ตารางที่"
- แผนภูมิ และภาพประกอบ ควรเป็นภาพสี และต้องมีความคมชัดสูง มีลำดับที่และชื่อแผนภูมิ/ภาพ ปรากฎอยู่ใต้แผนภูมิ/ภาพ นำหน้าด้วยคำว่า "ภาพที่"
4.3 การส่งบทความ ให้ผู้นิพนธ์ส่งบทความออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/submission/wizard
5) ระยะเวลาการพิจารณาบทความเพื่อเผยแพร่
5.1 กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น และส่งบทความให้ผู้ประเมินบทความ (Reviewer) จำนวน 2 ท่าน ร่วมพิจารณา โดยผู้นิพนธ์ปรับแก้ไขบทความ (Revisions) ตามความคิดเห็นของผู้ประเมินบทความ ไม่น้อยกว่า 2 รอบ จึงแจ้งผลการพิจารณาเผยแพร่ ทั้งนี้ หากผู้นิพนธ์ต้องการให้มีผู้ประเมินบทความ จำนวน 3 ท่าน ต้องแจ้งความประสงค์ในขั้นตอนส่งบทความ
5.2 บทความที่ได้ตอบรับการเผยแพร่ (Accept Submission) จะได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วนด้านวิชาการ และรูปแบบการเผยแพร่ (Copyediting) ให้สอดคล้องกับที่วารสารกำหนดอีกครั้งหนึ่ง ผู้นิพนธ์ต้องตรวจยืนยันต้นฉบับบทความ จากนั้น บทความจึงจะเข้าสู่กระบวนการผลิต(Production) เพื่อจัดรูปแบบไฟล์ pdf และทำดัชนีข้อมูลสำหรับเผยแพร่ออนไลน์
5.3 หลังจากบทความถูกจัดรูปแบบ pdf แล้ว กองบรรณาธิการอาจขอให้ผู้นิพนธ์ปรับแก้เพิ่มเติมได้ ผู้นิพนธ์ต้องตรวจพิสูจน์อักษรเพื่อยืนยันความถูกต้องครบถ้วนของเนื้อหาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเผยแพร่ออนไลน์ ทั้งนี้กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการตีพิมพ์ เผยแพร่ เฉพาะเนื้อหาที่ผ่านความเห็นชอบของกองบรรณาธิการเท่านั้น
5.4 ผลการพิจารณาเผยแพร่บทความ ทั้งที่ตอบรับและปฏิเสธ กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ทราบ ผ่านทางกระทู้สนทนา (Discussion) ในระบบออนไลน์ของวารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง
5.5 บทความที่ได้ตอบรับการเผยแพร่ (Accept Submission) หากผู้นิพนธ์ต้องการหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการ ผู้นิพนธ์สามารถแจ้งความต้องการและรายละเอียดทางกระทู้สนทนา ทั้งนี้กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการเรียงลำดับการตีพิมพ์ เผยแพร่ ตามความเหมาะสม และความรวดเร็วในการจัดทำต้นฉบับบทความในขั้นตอน 5.2-5.3
ประกาศลิขสิทธิ์
ผู้แต่งที่ตีพิมพ์กับวารสารต้องตกลงตามเงื่อนไขต่อไปนี้:
1. เมื่อส่งบทความ ผู้เขียนตกลงที่จะสละสิทธิ์บางส่วนในการกำหนดวิธีเผยแพร่ผลงานของตน ตามนโยบายของวารสาร
2. เมื่อบทความได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ ผู้แต่งตกลงที่จะโอนลิขสิทธิ์ของบทความให้กับวารสาร รวมถึงสิทธิ์ในการทำซ้ำ เผยแพร่ และเผยแพร่บทความในทุกช่องทาง เช่น หนังสือ วารสาร เว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ
3. ผู้แต่งยังคงมีสิทธิ์ในการใช้บทความของตนเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การนำไปใช้ในวิทยานิพนธ์ หรือการแชร์บนแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์
4. วารสารเผยแพร่บทความภายใต้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons Attribution License (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นนำบทความไปแชร์บนเว็บไซต์หรือสื่ออื่น ๆ โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้แต่งต้นฉบับอย่างถูกต้อง แต่ไม่อนุญาตให้นำไปดัดแปลงหรือใช้ในเชิงพาณิชย์
5. ผู้แต่งยืนยันว่าตนได้รับอนุญาตที่จำเป็นทั้งหมดในการใช้สื่ออื่น ๆ เช่น วัสดุ รูปภาพ หรือกราฟิกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์จากบุคคลที่สาม และได้ให้เครดิตที่เหมาะสม