ประสิทธิภาพของไส้เดือนฝอย (Nematoda: Rhaditida) ต่อการเข้าทำลายลูกน้ำยุงรำคาญ Culex gelidus (Diptera: Culicidae)
Main Article Content
บทคัดย่อ
ยุงรําคาญ (Culex gelidus) เป็นพาหะรองของโรคไข้สมองอักเสบ แหล่งเพาะพันธุ์ส่วนใหญ่ อยู่ใกล้กับบ้านเรือนที่เป็นลักษณะเชิงเกษตรกรรม โดยเฉพาะน้ำขังบริเวณรอบคอกสัตว์และน้ำขังในนาข้าว ปัจจุบันมีการใช้ไส้เดือนฝอยในการควบคุมแมลงทางชีวภาพ ดังนั้นจึงได้มีการประยุกต์ใช้ไส้เดือนฝอย ในการควบคุมลูกน้ำยุงรำคาญ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างไส้เดือนฝอย 2 สกุล คือ Steinernema carpocapsae (Weiser) และ Heterorhabditis indica (Local Thai strain) ที่มีต่อการควบคุมลูกน้ำยุงรำคาญ ในระยะที่ 3-4 และปริมาณของไส้เดือนฝอยที่เหมาะสมต่อการควบคุม ลูกน้ำยุงรำคาญ ทั้งนี้เป็นการทดลองภายในห้องปฏิบัติการที่อุณหภูมิห้อง 29 + 2 องศาเซลเซียส และ ความชื้นสัมพัทธ์ 70-80 %
ผลการทดลองพบว่า อัตราการตายของลูกน้ำยุงรำคาญ ระยะที่ 3-4 จากไส้เดือนฝอยสกุล S. carpocapsae (Weiser) สูงกว่า H. indica (Local Thai strain) กล่าวคือ 63% และ 13% ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มควบคุม อัตราการตายอยู่ที่ 5% ทั้ง 2 สกุล และพบว่าอัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 14.5% และ 2% ตามลําดับ ส่วนใหญ่แล้วลูกน้ำที่ตายจะพบไส้เดือนฝอยอยู่บริเวณช่องอกมากกว่าบริเวณอื่น และ เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการตายของลูกน้ำยุงรำคาญ ระยะที่ 3-4 ในเวลา 48 และ 72 ชั่วโมง พบว่า ลูกน้ำที่ตายจาก S. carpocapsae (Weiser) สูงกว่าลูกน้ำที่ตายจาก H. indica (Local Thai strain) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.05) ปริมาณของไส้เดือนฝอยต่อลูกน้ำยุงรำคาญ สกุล S. carpocapsae (Weiser) ที่ทำให้อัตราตายของลูกน้ำมากกว่า 50% คือ ที่ 2000:1 ซึ่งไม่แตกต่างกับที่ 4000:1 จากการวิเคราะห์โดยใช้ 2 way ANOVA พบว่า มีปฏิกิริยาร่วมระหว่างไส้เดือนฝอย 2 สกุล (p-value < 0.001)
ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ไส้เดือนฝอยสกุล S. carpocapsae (Weiser) มีความเป็นไปได้ ในการนํามาใช้ควบคุมลูกน้ำยุงรำคาญ Cx. gelidus ระยะที่ 3-4 แต่ถึงอย่างไรควรมีการศึกษาถึงระดับ ความลึกของน้ำ อุณหภูมิของน้ำ ความเป็นกรดด่าง และพฤติกรรมการกินของลูกน้ำยุงรำคาญก่อนที่จะนำไปใช้ทดลองในภาคสนามต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น