การประเมินผลสัมฤทธิ์จากการอบรม หลักสูตร“เจ้าหน้าที่ตรวจบำบัดในมาลาเรียคลินิก”
Main Article Content
บทคัดย่อ
เนื่องจากหลักสูตรเจ้าหน้าที่ตรวจบำบัดในมาลาเรียคลินิก (จตบ.) ถูกจัดอบรมอย่างต่อเนื่อง มาหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน วัดผลสำเร็จของการอบรมจากการที่ผู้อบรมผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ที่กำหนด และได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากกรมควบคุมโรคให้สามารถปฏิบัติงานตรวจรักษาผู้ป่วยในมาลาเรีย คลินิกได้เท่านั้น แต่ไม่เคยมีการประเมินวัดผลสําเร็จครอบคลุมไปถึงผู้จบการอบรมไปแล้วว่าได้ออกปฏิบัติหน้าที่จริงและสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องครบถ้วนตามหลักวิชาการเพียงใด เพื่อที่จะทราบผลสัมฤทธิ์ ของหลักสูตรนี้ให้มากขึ้นนอกเหนือจากผลการเรียนในห้อง จึงทำการศึกษาครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาติดตามการทำหน้าที่ตรวจบำบัดในมาลาเรียคลินิก หลังผู้อบรมจบกลับไปปฏิบัติงานในพื้นที่ของตนเอง ประเมินความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจบำบัดในมาลาเรียคลินิกจริง และศึกษาความสัมพันธ์ของ ปัจจัยต่าง ๆ กับการผ่านเกณฑ์ประเมิน โดยติดตามเก็บข้อมูลจากผู้จบการอบรมใน ปีงบประมาณ 2547- 2549 จํานวน 69 คน ด้วยการส่งแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อสำรวจการทำหน้าที่ จตบ. และประเมิน ความสามารถในการปฏิบัติงานในคลินิกด้วยวิธีสังเกตแล้วให้คะแนน รวมถึงฟิล์มโลหิตสำหรับให้ปฏิบัติตรวจและอ่านผลด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อประเมินความแม่นยำในการตรวจวินิจฉัยเชื้อมาลาเรีย โดย ต้นสังกัดเป็นผู้ควบคุมการประเมินทั้งสองวิธี แล้วส่งแบบสอบถามและผลอ่านฟิล์มโลหิตกลับมายังผู้วิจัย เพื่อนําไปวิเคราะห์ประมวลผลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและหาความสัมพันธ์ด้วย Chi-square
ผลการศึกษา พบว่า มีผู้จบการอบรมกลับไปทำหน้าที่ จตบ. ร้อยละ 52 โดยผ่านเกณฑ์ประเมิน ทั้งสองวิธี ร้อยละ 36 ทั้งที่ได้ปฏิบัติเป็นประจํา ปัจจัยที่มีผลต่อความแม่นยำในการวินิจฉัยมาลาเรียของ ผู้ทดสอบอ่านฟิล์มโลหิต คือ การทำหน้าที่ จตบ. ส่วนเพศ อายุ และการศึกษาไม่สัมพันธ์กับความแม่นยํา นอกจากนี้ประสบการณ์ทำหน้าที่ จตบ. 1-3 ปี ก็ไม่สัมพันธ์กับการผ่านเกณฑ์ความแม่นยำในการวินิจฉัย ด้วย ผู้เข้าทดสอบอ่านฟิล์มโลหิตได้ผลลบปลอม ร้อยละ 9.6 ซึ่งหากเป็นผู้ป่วยที่มารับการตรวจรักษาจริง จะทำให้คนไข้ไม่ได้รับการรักษาอาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงควรทบทวนระบบการนิเทศงาน ระบบตรวจสอบซ้ำของฟิล์มโลหิตและศักยภาพของผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด เพื่อที่จะหาแนวทางแก้ไขต่อไป ในการจัดอบรมควรมีมาตรการคัดกรองผู้จะเข้าอบรมมากขึ้น และควรมีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น เนื่องจากมีผลต่อชีวิตผู้ป่วยและงบ ประมาณในการควบคุมรักษาไข้มาลาเรียของประเทศ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น