ประเมินประสิทธิภาพการรักษาของยามาลาเรียด้วยเทคนิค Real-Time PCR
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพการรักษาของยามาลาเรีย โดย เปรียบเทียบการตรวจวินิจฉัยเชื้อมาลาเรียด้วยวิธี Real-Time PCR และการตรวจฟิล์มเลือดโดยกล้อง จุลทรรศน์ ซึ่งได้ประเมินประสิทธิภาพการรักษาของยามาลาเรีย (Combination drugs) ในการรักษา ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิปารัม โดยคัดเลือกผู้ป่วยที่ยินยอมเป็นอาสาสมัครบริจาคเลือด จำนวน 50 คน และนัดหมายมาเจาะเก็บเลือดหลังได้รับยารักษามาลาเรียในวันที่ 3, 7, 14 และ 28 จากอาสาสมัครบริจาคเลือดจำนวน 50 คน มีอาสาสมัครบริจาคเลือด 36 คนที่สามารถเจาะเก็บเลือด ครบตามที่นัดหมายในวันที่ 3, 7, 14 และ 28 โดยมีอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงเท่ากับ 4:1 และ อัตราส่วนสัญชาติไทยต่อสัญชาติพม่าเท่ากับ 2.7
จากการตรวจวินิจฉัยเชื้อมาลาเรีย 36 ตัวอย่างด้วยการตรวจฟิล์มเลือดโดยกล้องจุลทรรศน์ พบว่า มีผลแสดงเป็นเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิปารัมทั้ง 36 ตัวอย่าง ในขณะที่เทคนิค Real-Time PCR มีผลแสดงเป็นเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิปารัมและชนิดไวแวกซ์ จํานวน 33 (T_73-74°C) และ 3 (T_76- 77°C) ตัวอย่างตามลำดับ และใน 180 ตัวอย่างจากตัวอย่างของอาสาสมัครบริจาคเลือดจำนวน 36 คน พบว่า การตรวจฟิล์มเลือดแสดงผลไม่พบเชื้อเท่ากับ 16.33% ของจำนวนผลการตรวจพบเชื้อทั้งหมดด้วย เทคนิค Real-Time PCR นอกจากนี้ มีตัวอย่างของอาสาสมัครบริจาคเลือด 6 คน จาก 36 คน ที่ตรวจ ฟิล์มเลือดแล้วแสดงผลไม่พบเชื้อในวันที่ 3, 7, 14 และ 28 หลังจากที่ได้รับประทานยามาลาเรียในวันแรก ในขณะที่การตรวจด้วยเทคนิค Real-Time PCR แสดงผลว่าพบเชื้อชนิดฟัลซิปารัมในวันที่ 3 และ 28 จํานวน 3 และ 1 คน ตามลำดับ และแสดงผลพบเชื้อชนิดไวแวกซ์ในวันที่ 7 จํานวน 2 คน แสดงให้เห็นว่า การตรวจวินิจฉัยเชื้อมาลาเรียด้วยการตรวจฟิล์มเลือดโดยกล้องจุลทรรศน์มีความไวต่ำกว่าเทคนิค Real- Time PCR นอกจากนี้ การตรวจด้วยเทคนิค Real-Time PCR พบว่ามี จำนวนตัวอย่างที่รักษาไม่ได้ผล เท่ากับ 16.67% ในขณะที่การตรวจฟิล์มเลือดด้วยกล้องจุลทรรศน์เท่ากับ 5.56% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคนิค Real-Time PCR สามารถนําไปใช้ประโยชน์ในการติดตามการรักษาของยามาลาเรียเพื่อเป็นการตรวจสอบระดับการดื้อยาของเชื้อมาลาเรียก่อนที่ระดับดื้อยาจะเพิ่มขึ้นในระดับสูงต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น