สารป้องกันการแข็งตัวของเลือดในการเพาะเลี้ยงยุงลายบ้าน Aedes aegypti (Diptera: Culicidae) ในห้องปฏิบัติการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การเพาะเลี้ยงยุงพาหะนำโรคในห้องปฏิบัติการเป็นขั้นตอนสำคัญในการวิจัยทางกีฏวิทยาที่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของยุง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดในการเลี้ยงยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) ในห้องปฏิบัติการ โดยทดสอบสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด 7 ชนิด ได้แก่ EDTA K3, Li-Heparin, Sodium fluoride, Sodium citrate, CPD, CPDA-1 และกลุ่มควบคุม (พลาสมา) ทำการทดลอง 3 ซ้ำ ณ ห้องปฏิบัติการกีฏวิทยา คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงมีนาคม 2560 โดยใช้ยุงลายบ้านเพศเมียอายุ 5-7 วัน และให้เลือด ผ่านเมมเบรนเทียม ผลการศึกษาพบว่าอัตราการสืบพันธุ์ ได้แก่ จำนวนไข่ ดักแด้ และตัวเต็มวัย ที่ได้จากยุงลายบ้านเพศเมียที่กิน เลือดผสมสารป้องกันการแข็งตัวทั้ง 7 ชนิด มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p<0.05) โดยกลุ่มควบคุม (พลาสมา) ให้จำนวนไข่เฉลี่ย สูงสุด (593.33 + 105.88 ฟอง) จำนวนดักแด้ (430.00 ± 112.73 ตัว) ตัวเต็มวัยเพศผู้ (178.33 + 38.76 ตัว) และตัวเต็มวัยเพศ เมีย (251.67 ± 74.18 ตัว) โดยมีอัตราการรอดชีวิตจากระยะไข่จนถึงตัวเต็มวัย 33% รองลงมาคือ CPD (380.67 ± 124.54 ฟอง) และ CPDA-1 (362.00 ± 239.83 ฟอง) ในขณะที่ยุงที่ได้รับเลือดผสม Sodium fluoride ไม่พบการพัฒนาของไข่ (0.00 + 0.00 ฟอง) Li-Heparin ให้ผลต่ำในทุกระยะการพัฒนา (30.00 + 30.00 ฟอง) ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการใช้พลาสมาเป็นทางเลือก ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับการเพาะเลี้ยงยุงลายบ้านในห้องปฏิบัติการผ่านการให้เลือดทางเมมเบรนเทียม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในการเลือกสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงยุง และเป็นทางเลือกในการทดแทนการใช้ สัตว์ทดลองตามหลักจริยธรรม 3Rs ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคติดต่อนำโดยยุง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น