ความสำคัญของ “Interoperability” กับระบบเฝ้าระวังโรคนำโดยแมลงและโรคอุบัติใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
“Interoperability” เป็นแนวคิดที่สำคัญมาก ต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร ระบบงานสาธารณสุข จากการที่ผู้เขียนได้เข้าร่วม เรียนในหลักสูตร “Improving Health Outcomes through Interoperability” จากศูนย์ BIOPHICS คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1-12 กุมภาพันธ์ 2553 โดยมีผู้เข้าอบรมที่ได้รับเชิญมาจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
ทั้งในและต่างประเทศ รวม 40 คน จาก 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน บังคลาเทศ พม่า ภูฏาน มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์และประเทศไทย จากการอบรมครั้งนี้ มีคำหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจ เรื่องระบบสารสนเทศข้อมูลสุขภาพ (Informatics System for Public Health) คือ “Interoperability” หรือ “Interoperable” ที่มีการกล่าวถึงกันบ่อยครั้ง ซึ่งหากเปิดพจนานุกรมก็จะไม่พบความหมายของคำนี้ หรือหากจะแปลตามรากศัพท์ก็จะได้ “inter + operable + ability” หมายความว่า “ระหว่าง” + “สามารถ” + “ใช้งานได้” ถ้าจะเรียบเรียงให้สละสลวยก็น่าจะหมายถึง “ความสามารถในการทำงาน ระหว่างกันได้” ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอะไรมาก แต่ทำไมจึงมีการจัดหลักสูตรที่กล่าวถึงเรื่องนี้กันถึง 2 สัปดาห์
ทีมวิทยากรเป็นแพทย์และนักวิจัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีประสบการณ์ตรงจากการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพและไอที (สามารถดาวน์โหลดเอกสารการบรรยายได้จาก เว็บไซต์ของ BIOPHICS: http://www.biophics.org) นอกจากนี้ยังมีคณาอาจารย์ จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศ BIOPHICS มาร่วมในทีมวิทยากรด้วย ดังนั้นผู้เขียน จึงได้พยายามสรุปแนวคิดที่ได้จากการเรียนในหลักสูตรนี้ เชื่อมโยงกับโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับระบบข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดต่อนำโดยแมลงและโรคอุบัติใหม่
“Interoperability” เป็นแนวคิดที่สำคัญมาก ต่อการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร ระบบงานสาธารณสุข จากการที่ผู้เขียนได้เข้าร่วม เรียนในหลักสูตร “Improving Health Outcomes through Interoperability” จากศูนย์ BIOPHICS คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1-12 กุมภาพันธ์ 2553 โดยมีผู้เข้าอบรมที่ได้รับเชิญมาจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
ทั้งในและต่างประเทศ รวม 40 คน จาก 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน บังคลาเทศ พม่า ภูฏาน มาเลเซีย อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์และประเทศไทย จากการอบรมครั้งนี้ มีคำหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สนใจ เรื่องระบบสารสนเทศข้อมูลสุขภาพ (Informatics System for Public Health) คือ “Interoperability” หรือ “Interoperable” ที่มีการกล่าวถึงกันบ่อยครั้ง ซึ่งหากเปิดพจนานุกรมก็จะไม่พบความหมายของคำนี้ หรือหากจะแปลตามรากศัพท์ก็จะได้ “inter + operable + ability” หมายความว่า “ระหว่าง” + “สามารถ” + “ใช้งานได้” ถ้าจะเรียบเรียงให้สละสลวยก็น่าจะหมายถึง “ความสามารถในการทำงาน ระหว่างกันได้” ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอะไรมาก แต่ทำไมจึงมีการจัดหลักสูตรที่กล่าวถึงเรื่องนี้กันถึง 2 สัปดาห์
ทีมวิทยากรเป็นแพทย์และนักวิจัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีประสบการณ์ตรงจากการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพและไอที (สามารถดาวน์โหลดเอกสารการบรรยายได้จาก เว็บไซต์ของ BIOPHICS: http://www.biophics.org) นอกจากนี้ยังมีคณาอาจารย์ จากคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศ BIOPHICS มาร่วมในทีมวิทยากรด้วย ดังนั้นผู้เขียน จึงได้พยายามสรุปแนวคิดที่ได้จากการเรียนในหลักสูตรนี้ เชื่อมโยงกับโรคติดต่อนำโดยแมลง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับระบบข้อมูลสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดต่อนำโดยแมลงและโรคอุบัติใหม่
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น