การศึกษาต้นทุนการดำเนินงานค้นหาและรักษาผู้ป่วยมาลาเรียในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาเชิงพรรณนาครั้งนี้ดำเนินการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาใช้ข้อมูลย้อนหลัง
ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2551-30 กันยายน 2552 มีวัตถุประสงค์เพื่อหาค่าต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต (Unit Cost) ของการดำเนินงานค้นหาและรักษาผู้ป่วยมาลาเรีย ผลการศึกษา พบว่าต้นทุนกิจกรรมรูปแบบการค้นหา และรักษาผู้ป่วยแบบเชิงรุก (ACD) มีต้นทุนรวม 886,096.46 บาท คิดเป็นต้นทุนค่าแรง ต้นทุนค่าวัสดุ และต้นทุนค่าลงทุน ร้อยละ 71.4, 16.3 และ 12.3 ตามลำดับ มีค่าใช้จ่ายรวมทุกกิจกรรมในการค้นหาเป็นเงิน 59.81 บาท/คน กิจกรรมการรักษา มีค่าใช้จ่ายรวมทุกกิจกรรมเป็นเงิน 169.50 บาท/คน ในส่วนของต้นทุนกิจกรรมรูปแบบการการค้นหา และรักษาผู้ป่วยแบบเชิงรับ (PCD) มีต้นทุนรวม 435,274.44 บาท คิดเป็นต้นทุนค่าแรง ต้นทุนค่าวัสดุ และต้นทุนค่าลงทุน ค่าร้อยละ 96.45, 2.78 และ 0.77 ตามลำดับ ค่าใช้จ่ายรวมทุกกิจกรรมในการค้นหาเป็นเงิน 262.21 บาท/คน มีค่าใช้จ่ายรวมทุกกิจกรรมในการรักษาเป็นเงิน 391.78 บาท/คน ถึงแม้ว่ากิจกรรมการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (ACD) จะมีต้นทุนรวมในการดำเนินกิจกรรมสูงกว่า การค้นหาผู้ป่วยเชิงรับ (PCD) แต่อย่างไรก็ตาม ต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ของการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (ACD) มีค่าน้อยกว่า ต้นทุนต่อหน่วยของการค้นหาผู้ป่วยเชิงรับ (PCD) เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคมาลาเรียได้รับประโยชน์สูงสุด ควรพิจารณาถึงมาตรการในการค้นหาและรักษาผู้ป่วยโดยในพื้นที่ที่มีความยากลำบากในการเดินทาง การคมนาคมไม่สะดวก ควรใช้มาตรการการค้นหาและรักษาผู้ป่วยแบบเชิงรุก (ACD) ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สามารถค้นหาและรักษาผู้ป่วยได้เร็วขึ้น จะช่วยลดการแพร่ของโรคได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น ส่วนมาตรการการค้นหาและรักษาแบบเชิงรับ (PCD) ควรใช้ในพื้นที่ที่ยังมีการแพร่ของโรคมาลาเรีย แต่ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น