การศึกษาชนิด และความหนาแน่นของริ้นฝอยทรายในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ตอนล่าง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการหาชนิด และความหนาแน่นของริ้นฝอยทรายในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ตอนล่าง (จังหวัดตรัง พัทลุง สงขลา และสตูล) กับดักแสงไฟ (light traps) จำนวน 10 เครื่อง เป็นอุปกรณ์ใช้ล่อจับริ้นฝอยทราย ตั้งแต่เวลา 18.30-06.00น. การศึกษาแบบ Cross-sectional Study (แบบตัดขวาง) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม พ.ศ. 2553 และพฤษภาคม-สิงหาคม พ.ศ. 2553 ริ้นฝอยทรายตัวเมียทุกตัวที่จับได้นำมาจำแนกชนิด ผลการศึกษา พบชนิดริ้นฝอยทรายในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวทั้ง 4 จังหวัดข้างต้น 10 ชนิด ได้แก่ Phlebotomus argentipes, P. stantoni, P. major, P. asperulus, Sergentomyia iyengari. S. gammea, S. indica. S. barraudi, S. anodontis และ S. pertuban พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่พบริ้นฝอยทราย P. argentipes พาหะสำคัญของโรคลิชมาเนีย คือ จังหวัดสงขลา ที่วัดถ้ำเขารูปช้าง (ร้อยละ 0.36 ความหนาแน่น 0.05 ตัว/กับดัก-คืน) กับ อุโมงค์เขาน้ำค้าง (ร้อยละ 1.32 ความหนาแน่น 0.18 ตัว/กับดัก-คืน) และจังหวัดสตูลที่อุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตา (ร้อยละ 8.96 ความหนาแน่น 0.52 ตัว/กับดัก-คืน) จากการศึกษานี้ พบว่า ริ้นฝอยทรายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีหลากหลายชนิด โดยความชุกชุมแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อม ข้อเสนอแนะควรศึกษา ศักยภาพของริ้นฝอยทรายชนิดต่างๆ ต่อการนำเชื้อลิชมาเนียในประเทศไทยเพื่อระบุพาหะหลัก พาหะรองหรือพาหะสงสัย เพื่อนำข้อมูลไปแจ้งเตือน ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น HIV เบาหวานและกลุ่มนักท่องเที่ยวในเขตป่าอนุรักษ์ในพื้นที่ต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น