การศึกษาประสิทธิผลและฤทธิ์คงทนของสารเคมีในมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน (LNs) และมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนานคลุมเปล (LLIHN) โดยเปรียบเทียบกับมุ้งธรรมดาชุบสารเคมีที่ใช้ในภาคสนาม ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์เพื่อการยับยั้งเชื้อมาลาเรียที่ทนต่ออนุพันธุ์อา

Main Article Content

ศิริพร ยงชัยตระกูล
บุญเสริม อ่วมอ่อง
จิราภรณ์ เสวะนา

บทคัดย่อ

บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีรายงานพบว่าเป็นศูนย์กลางการแพร่เชื้อมาลาเรียที่ทนต่อยารักษาในกลุ่มอนุพันธ์อาร์ติมิชินิน (ACTs) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงการยุทธศาสตร์เพื่อการยับยั้งได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2551 เพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อมาลาเรีย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายไปบริเวณอื่นๆของโลก มาตรการหนึ่งซึ่งถูกนำมาใช้อย่างเข้มข้นคือ การป้องกันตนเองจากยุงพาหะ โดยแจกมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน (Long-Lasting Insecticidal Nets: LNs) ให้ประชาชนทุกคนและแจกมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนานคลุมเปล (Long-Lasting Insecticidal Hammock Nets: LLIHN) ให้กับประชากรเคลื่อนย้ายหรือมีพฤติกรรมนอนค้างคืนในป่าทุกคนที่อาศัยในพื้นที่แพร่เชื้อ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา การนำมุ้งทั้งสองชนิดนี้มาใช้เป็นมาตรการควบคุมยุงพาหะนำโรคมาลาเรีย เนื่องจากความรู้เรื่องประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดที่มีต่อยุงพาหะหลัก (Anopheles minimus) ในพื้นที่นี้มีค่อนข้างจำกัด การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลและฤทธิ์คงทนของสารเคมีในมุ้งชนิดออกฤทธิ์ยาวนานโดยเปรียบเทียบกับมุ้งธรรมดาชุบสารเคมี(Conventional insecticide treated mosquito nets : ITN) เมื่อถูกนำไปใช้ในภาคสนามในหมู่บ้านที่ถูกคัดเลือก 2 แห่ง


การศึกษาดำเนินการในพื้นที่ หมู่ 2 กลุ่มบ้านวังกระแพร และหมู่ 2 กลุ่มบ้านคลองกระชาย ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรียที่ทนต่ออนุพันธ์อาร์ติมิชินิน พื้นที่ดังกล่าวได้รับการแจกมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน (LNs) และมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนานคลุมเปล (LLIHN) ภายใต้ชื่อการค้า Permanet® และชุบมุ้งธรรมดาด้วยสารเคมีชนิดเม็ด ภายใต้ชื่อการค้า K-O-Tab นำยุงก้นปล่องชนิด Anopheles minimus ได้จากการเลี้ยงในห้องปฏิบัติการของสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง มาทดสอบโดยใช้วิธี Cone Bioassay Test ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ทดสอบมุ้งทั้งสามชนิดที่คัดเลือกมาจากผู้ใช้มุ้งในภาคสนามเป็นประจำและเต็มใจให้ใช้มุ้งเพื่อทดสอบตลอดโครงการวิจัย


ผลการศึกษาพบว่ามุ้งทั้งสองชนิดคือ LNs และ LLIHN มีประสิทธิภาพสูง สามารถทำให้ยุงทดสอบAnopheles minimus ยังคงมีอัตราการตายสูง คือมากกว่า 80% เมื่อถูกนำไปใช้ในภาคสนามนาน 5 ปี และมีการใช้งานปกติ มีอัตราการซักไม่เกินปีละ 2 ครั้ง แต่ยุงที่สัมผัสมุ้งชนิด LLIHN จะมีอัตราการตายสูงกว่า แต่สำหรับมุ้งธรรมดาชุบสารเคมีชนิดเม็ด (K-O-Tab) จะมีอัตราการตายของยุงทดสอบต่ำที่สุด คือต่ำกว่า 80% ภายใน 12 เดือนแรก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ยงชัยตระกูล ศ., อ่วมอ่อง บ., & เสวะนา จ. (2026). การศึกษาประสิทธิผลและฤทธิ์คงทนของสารเคมีในมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนาน (LNs) และมุ้งชุบสารเคมีชนิดออกฤทธิ์ยาวนานคลุมเปล (LLIHN) โดยเปรียบเทียบกับมุ้งธรรมดาชุบสารเคมีที่ใช้ในภาคสนาม ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์เพื่อการยับยั้งเชื้อมาลาเรียที่ทนต่ออนุพันธุ์อา. วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง, 10(1), 37–44. สืบค้น จาก https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1621
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ