ความสัมพันธ์ของสถานการณ์การดื้อต่อยาผสมอาร์ติซูเนต-เมฟโฟลควินในการรักษามาลาเรีย ชนิดฟัลซิพารั่ม กับการคงอยู่ของเชื้อในวันที่ 3 หลังจากการได้รับยา พื้นที่ชายแดนประเทศไทย-พม่า
Main Article Content
บทคัดย่อ
เชื้อมาลาเรียฟัลชิพารั่มมีการพัฒนาการการดื้อยารวดเร็ว ประเทศไทยมีโครงการเฝ้าระวังประสิทธิภาพของยารักษามาลาเรียมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนปัจจุบัน โดยใช้วิธีมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกดำเนินการใน 10 จุดเฝ้าระวัง และดำเนินการเฝ้าระวังหมุนเวียนปีละ 6-7 จุดเฝ้าระวัง แม้ว่าการพิจารณาคัดเลือกจุดเฝ้าระวังได้ดำเนินตามคำแนะนำของคู่มือองค์การอนามัยโลกก็ตาม ข้อมูลที่ได้ยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินการตรงตามเป้าหมายที่เป็นข้อสรุปถึงจุดเสี่ยงที่จะเกิดการดื้อยา จากการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าการพบเชื้อในวันที่ 3 หลังจากการรักษา เป็นปัจจัยที่น่าสนใจในการศึกษาเพื่อใช้เป็นข้อมูลพิจารณาความเสี่ยงที่จะเกิดการดื้อต่อยาอนุพันธ์อาร์ติมิชินินของเชื้อมาลาเรียฟัลซิพารั่ม
การศึกษานี้จึงศึกษาความสัมพันธ์ของการพบเชื้อในวันที่ 3 และสถานการณ์การดื้อยาในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ใน 5 จังหวัดจุดเฝ้าระวัง คือ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี และระนอง ที่ปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อมาลาเรียมากที่สุดของประเทศ ตั้งแต่ปี 2551-2554 โดยทำการศึกษาในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงที่ป่วยเป็นเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลชิพารั่ม และได้รับการรักษาด้วยยาอาอาร์ติชูเมต-เมฟโฟลควิน ชนิดจ่ายยา 3 วัน ทำการติดตามการรักษาในวันที่ 0, 1, 2, 3, 14, 21, 28, 35 และ 42 โดยตรวจสไลด์ฟิล์มเลือดติดตามจำนวนเชื้อ และเก็บตัวอย่างเลือดบนกระดาษกรองเพื่อใช้ตรวจยืนยันการดื้อยาด้วยเทคนิคปฏิกิริยาลูกโธ่ (POR) แล้วนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ผลหาความสัมพันธ์
จากอาสาสมัครผู้ป่วยจำนวน 551 ราย มีผู้ป่วยที่พบเชื้อในวันที่ 3 หลังจากการได้รับยาจำนวนทั้งสิ้น 64 ราย และมีผู้ป่วยที่พบเชื้อดื้อยา 38 ราย โดยมี 18 รายเป็นผู้ป่วยที่มีการพบเชื้อในวันที่ 3 มาก่อน
สำหรับความสัมพันธ์ของการพบเชื้อในวันที่ 3 และการเกิดการดื้อยารายจังหวัด พบว่ามีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นหรือลดลงไปในทิศทางเดียวกัน โดยจำนวนเชื้อที่ปรากฏในวันที่เข้ารับการรักษาไม่มีผลให้เกิดการดื้อยา หรือการพบเชื้อในวันที่ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ช่วงความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น