บทบาทของยุงชนิดต่างๆและพฤติกรรมเสี่ยงของที่ส่งเสริมในการเป็นพาหะะนำโรคอาร์โบไวรัส จากกรณีศึกษาในพื้นที่ระบาดโรคชิคุนกุนยาสายพันธุ์แอฟริกันในประเทศไทย พ.ศ.2551-2552

Main Article Content

ปิติ มงคลางกูร
คนึงนิจ คงพ่วง
นพรัตน์ มงคลางกูร

บทคัดย่อ

โรคชิคุนกุนยาเป็นโรคติดต่อที่นำโดยแมลงชนิดหนึ่งซึ่งเชื้อก่อโรคเป็นไวรัสในวงศ์ Togaviridae สกุล Alphavirus ในประเทศไทยพบโรคนี้ประปรายไม่มากนักในแต่ละปี สายพันธุ์ที่พบเป็นสายพันธุ์เอเชีย แต่ในปีพ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2552 ได้เกิดการะบาดครั้งใหญ่มีหลายประเทศในโลกได้รับผลกระทบจากโรคนี้ ได้แก่ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดีย อินเดีย ศรีลังกา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงประเทศไทยด้วย เชื้อก่อโรคที่ทำให้เกิดการระบาดเป็นสายพันธุ์จากทวีปแอฟริกาซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบในประเทศไทย ดังนั้นจึงถือว่าเป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ องค์การอนามัยโลกรายงานว่ายุงพาหะนำโรคคือยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) โดยเฉพาะยุงลายสวนถูกล่าวถึงมากที่สุดว่าเป็นพาหะหลักในการระบาดนี้ อย่างไรก็ตามจะต้องทำการศึกษาโดยละเอียดว่ามียุงชนิดใดบ้างสามารถนำโรคได้ การศึกษานี้เป็นการศึกษาด้านกีฏวิทยา ซึ่งดำเนินการในช่วงการระบาดของโรคโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาชนิดถุงพาหะหลักที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคในประเทศไทย เพื่อยืนยันการเป็นพาหะนำโรคยุงลายบ้านและยุงลายสวน เพื่อค้นหาว่ายังมียุงชนิดอื่นๆสามารถเป็นพาหะได้อีกหรือไม่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อไปในการเฝ้าระวังและควบคุมยุงพาหะนำโรคได้ถูกต้องตามชนิดของยุง วิธีการศึกษาเน้นเก็บตัวอย่างยุง และเก็บตัวอย่างลูกน้ำทุกชนิดทั้งเพศผู้และเพศเมีย ที่อาศัยอยู่ในบ้านและนอกบ้านที่มีประวัติพบผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา และบ้านใกล้เคียงที่อยู่ภายในรัศมี 100 เมตรจากบ้านผู้ป่วยเพื่อนําไปตรวจหาเชื้อไวรัสก่อโรคโดยวิธี RT-PCR ในห้องปฏิบัติการ การจับยุงจะใช้วิธีโฉบด้วยสวิงจับแมลงเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน พื้นที่เก็บตัวอย่างยุงและลูกน้ำคือ จังหวัดชุมพร ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต สงขลา และสตูล ยุงและลูกน้ำทั้งหมดที่จับได้มีทั้งหมด 14 ชนิดเป็นยุงตัวเต็มวัย 12 ชนิดคือ Aedes aegypti, Aedes albopictus, Anopheles sinensis, Anopheles tessellatus, Armigeres (Leiseterior) sp., Armigeres subalbatus, Coquillettidia crassipes, Culex huchinsoni, Culex quinquefasciatus, Culex vishnui, Lutzia fuscana และ Mansonia uniformis ส่วนลูกน้ำพบเพียง 5 ชนิด คือ Aedes aegypti, Aedes albopictus, Culex brevipalpis, Culex quinquefasciatus และ Tripteroides sp. ยุงตัวเต็มวัยเพศเมียที่ตรวจพบเชื้อมี 6 ชนิดเรียงตามอัตราการติดเชื้อขั้นต่ำ (minimum infection rate (MIR)) หรืออัตราการติดเชื้อสัมพัทธ์ (relative infection rate (%)) จากสูงสุดไปต่ำสุด คือ Mansonia uniformis (NA, 100%) = Culex vishnui (NA, 100%) > Coquillettidia crassipes (333.33, 33.33%) > Aedes aegypti (112.32, 16.67%) > Aedes albopictus (23.02, 14.29%) > Culex quinquefasciatus (15.91, 5.88%) (ตารางที่ 14) ระยะลูกน้ำเพศเมียที่ตรวจพบเชื้อไวรัสโรคชิคุนกุนยาทั้ง 5 ชนิดเรียงตามอัตราการติดเชื้อจากสูงสุดไปต่ำสุดคือ Tripteroides sp. (NA, 100%) = Culex brevipalpis (NA, 100%) > Aedes aegypti (26.41, 12.50%) > Aedes albopictus (19.76, 7.69%) > Culex quinquefasciatus (15.88, 9.09%) (ตารางที่ 15) นอกจากนั้นยังพบว่ามียุงตัวเต็มวัยเพศผู้ 3 ชนิดติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาด้วยเรียงตามอัตรา การติดเชื้อจากสูงสุดไปต่ำสุดคือ Coquillettidia crassipes (304.81, 40%) > Culex quinquefasciatus (26.91, 10.34%) > Armigeres subalbatus (15.97, 7.69%) (ตารางที่ 14) แสดงว่าโรคนี้มีการส่งผ่านเชื้อไวรัสจาก แม่ยุงสู่ลูกได้ (transovarial transmission) จากผลการศึกษาสรุปได้ว่ายุงลายบ้านมีอัตราการติดเชื้อสูงกว่ายุงลายสวน แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมทางภาคใต้มีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ของยุงลายสวนมากกว่ายุงลายบ้านและประกอบกับอาชีพของประชาชนที่เคยป่วยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ต้องประกอบอาชีพอยู่นอกบ้านซึ่งอยู่ในแหล่งหากินของยุงลายสวน ดังนั้นจึงพบยุงลายสวนติดเชื้อมากกว่ายุงชนิดอื่น เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบศักยภาพของยุงลายทั้ง 2 ชนิดนี้แล้วสรุปได้ว่าทั้งยุงลายบ้าน และยุงลายสวนเป็นพาหะหลักของโรคชิคุนกุนยาทั้งคู่ โดยลักษณะการติดเชื้อไวรัสโรคชิคุนกุนยาของยุงมีความสอดคล้องกับอุปนิสัยของพวกมันคือ ยุงลายบ้านมีนิสัยชอบกัดกินเลือดคนมากจึงชอบอาศัยในบ้านคน จึงพบว่ายุงลายบ้านเพศเมียและลูกน้ำที่ติดเชื้อจะพบแต่ในบ้านเท่านั้น ส่วนยุงลายสวนซึ่งมีนิสัยชอบกินทั้งเลือดคนและสัตว์ ชอบอาศัยอยู่ตามสวนและป่าดังนั้นจึงพบว่ายุงลายสวนเพศเมียและลูกน้ำที่ติดเชื้อจะพบแต่นอกบ้านเท่านั้น ส่วนยุงชนิดอื่นๆ ถึงแม้ว่าจะมีอัตราการติดเชื้อที่สูงมากแต่ด้วยจำนวนยุงมีน้อย เนื่องจากไม่ใช่แหล่งหากินและแหล่งเพาะพันธุ์ที่เหมาะสม อีกทั้งอุปนิสัยการชอบกินเลือดสัตว์มากกว่าเลือดคนจึงอาจไม่มีบทบาทมากนักเกี่ยวกับการระบาดครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามหากการระบาดเกิดในแหล่งที่มียุงเหล่านี้อาศัยอยู่มากๆ ยุงเหล่านี้อาจมีบทบาทสูงในการทำให้เกิดการระบาดที่รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม และอาจสามารถนําโรคจากคนไปแพร่ให้สัตว์ที่เหมาะสมซึ่งอาจทำให้เกิดรังโรคในสัตว์ได้ ซึ่งจะทำให้การระบาดของโรคเกิดยาวนานขึ้น ดังนั้นจะต้องทำการศึกษาต่อไปในอนาคต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มงคลางกูร ป., คงพ่วง ค., & มงคลางกูร น. (2026). บทบาทของยุงชนิดต่างๆและพฤติกรรมเสี่ยงของที่ส่งเสริมในการเป็นพาหะะนำโรคอาร์โบไวรัส จากกรณีศึกษาในพื้นที่ระบาดโรคชิคุนกุนยาสายพันธุ์แอฟริกันในประเทศไทย พ.ศ.2551-2552. วารสารโรคติดต่อนำโดยแมลง, 12(1), 29–60. สืบค้น จาก https://li02.tci-thaijo.org/index.php/VBDJ/article/view/1640
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ