การเปรียบเทียบสมบัติทางวิศวกรรมของศิลาแลงโบราณ และศิลาแลงปัจจุบัน

Main Article Content

เอกสิทธิ์ เทียนมาศ
กิติศักดิ์ วงษ์สุข
เมธาวี สอนดี

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบสมบัติทางวิศวกรรมระหว่างศิลาแลงโบราณ (อายุประมาณ 600–700 ปี) จากอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และศิลาแลงในยุคปัจจุบัน เพื่อสร้างฐานข้อมูลทางวิศวกรรมสำหรับการประเมินเสถียรภาพและการเลือกวัสดุทดแทนในการบูรณะโบราณสถาน การศึกษานี้ครอบคลุมการทดสอบสมบัติทางกายภาพ สมบัติทางเคมี และสมบัติเชิงกล โดยอ้างอิงมาตรฐานสากล (BS1881-116 และ ASTM C 293) รวมถึงการวิเคราะห์โครงสร้างจุลภาคด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด (SEM) และการตรวจสอบองค์ประกอบธาตุด้วยเทคนิค ED-XRF ผลการวิจัย พบว่า ศิลาแลงปัจจุบันมีสมบัติทางวิศวกรรมที่เหนือกว่าศิลาแลงโบราณในด้านความหนาแน่นและกำลังรับแรง โดยศิลาแลงปัจจุบันมีความหนาแน่นเฉลี่ย 2,373 กก./ลบ.ม. และกำลังรับแรงอัด 24.84 กก./ตร.ซม. ในขณะที่ศิลาแลงโบราณมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,122 กก./ลบ.ม. และ 16.70 กก./ตร.ซม. ตามลำดับ สำหรับค่าการดูดซึมน้ำ ศิลาแลงโบราณมีค่าสูงกว่าที่ร้อยละ 8.41 ในขณะที่ศิลาแลงปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 4.73 ผลการวิเคราะห์ทางเคมีและโครงสร้าง พบว่า ศิลาแลงปัจจุบันมีปริมาณธาตุเหล็ก (Fe) สูงถึง 68.22% และมีรูพรุนที่ไม่เชื่อมต่อกัน ส่งผลให้มีความแข็งแรงสูงกว่าส่วนศิลาแลงโบราณมีปริมาณซิลิคอน (Si) สูงกว่าและมีโครงสร้างรูพรุนที่เชื่อมต่อกัน ข้อมูลที่ได้จากการวิจัยนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแผนอนุรักษ์และการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับความเข้ากันได้ของโครงสร้างเดิม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เทียนมาศ เ., วงษ์สุข ก., & สอนดี เ. (2026). การเปรียบเทียบสมบัติทางวิศวกรรมของศิลาแลงโบราณ และศิลาแลงปัจจุบัน. สักทอง : วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สทวท.), 12(2), 45–58. สืบค้น จาก https://li02.tci-thaijo.org/index.php/gts/article/view/2007
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชวัลวิทย์ ภารสงัด, พีรสิทธิ์ มหาสุวรรณชัย, กันตภณ จินทราคำ, วีรชาติ ตั้งจิรภัทร, ชัยณรงค์ อธิสกุล, และ สุทัศน์ ลีลาวทวีวัฒน์. (2566). สมบัติทางกลของอิฐโบราณ และกำลังรับแรงอัดของอิฐก่อเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานในเชียงแสน. ความท้าทายด้านวิศวกรรมโยธาหลังการระบาดใหญ่. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 28. (น. MAT02-1- MAT02-8). วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย. https://conference.thaince.org/index.php/ncce28/ article/view/2214/1167

นท แสงเทียน, ภัทราวรรณ พันธุ์สุวรรณ, นครินทร์ สนุกพันธุ์, และกิตติศักดิ์ ขันติยวิชัย. (2548). ศิลาแลงเทียม. วารสารวิศวกรรมสาร มข., 32(4), 577-584. https://www.thaiscience.info/ journals/Article/KKEJ/10906185.pdf

วงศพัทธ์ พิบูลศุภประดิษฐ. (2557). หน่วยน้ำหนัก กำลังอัด และการดูดซึมน้ำของบล็อกศิลาแลงเทียม ที่ใช้เศษศิลาแลงเป็นมวลรวมหยาบ [วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี]. iThesis มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. http://sutir.sut.ac.th:8080/jspui/bitstream/123456789/5608/2/ fulltext.pdf

สุนัย โตศิริมงคล, พีรสิทธิ์ มหาสุวรรณชัย, วีรชาติ ตั้งจิรภัทร, สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์, และชัยณรงค์ อธิสกุล. (2563). สมบัติทางกลของอิฐทดแทนเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานของไทย. วิศวกรรมโยธากับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 25. (น. MAT03-1- MAT03-10). วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย. https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/download/199/30

สุรพัศ นิธิปฏิคม, สุนัย โตศิริมงคล, ชัยณรงค์ อธิสกุล, วีรชาติ ตั้งจิรภัทร, สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์, และ พีรสิทธิ์ มหาสุวรรณชัย. (2564). กำลังอัด และค่าคงที่ยืดหยุ่นของอิฐก่อโบราณ และอิฐก่อทดแทนรูปแบบปริซึม. วิศวกรรมโยธากับการพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมการประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 28. (น. MAT03-1- MAT03-10). วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย. https://conference.thaince.org/index.php/ncce26/article/download/933/408/10837

แสงสุรีย์ พังแดง, ดารุณี แก้วพิกุล, ธวัชชัย โทอินทร์, และศราวรณ์ ศาศวัตภิรมย์. (2563). สภาพความชื้นต่อกำลังของหินศิลาแลงสำหรับการก่อสร้างที่ไม่ใช้วัสดุเชื่อมประสาน. วิศวกรรมโยธากับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 25 (WRE35-1-WRE35-4). วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย. https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/view/664/340

พูนวิทย์ ปุ๊ดป่วน, เอกสิทธิ์ เทียนมาศ, และมาณพ ต้นเคน. (2565). สมบัติทางวิศวกรรมของศิลาแลง จังหวัดกำแพงเพชร. ใน ฆัมภิชา ตันติสันติสม (บ.ก.), บัณฑิตของพระราชา พัฒนาชุมชนท้องถิ่น ก้าวไกล ด้วยงานวิจัยสร้างสรรค์. การประชุมวิชาการระดับชาติสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ครั้งที่ 2 (หน้า 832-839). สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. https://research.kpru.ac.th/research2/pages/filere/1648651360.pdf

American Society for Testing and Materials (ASTMs). (2016). ASTM C 293 Standard testing Method for Flexural Strength of Concrete (Using Simple Beam with Center-Point Loading). United States.

British Standards Institution (BSI). (1983). BS 1881-116: Testing concrete. Method for determination of compressive strength of concrete cubes. BSI.

Iffat, S. (2015). Relation Between Density and Compressive Strength of Hardened Concrete. International Journal of Scientific & Engineering Research, 6(11), 743-747. https://www.challengejournal.com/index.php/cjcrl/article/view/197/156

Şengün, N., Demirdağ, S., Akbay, D., Uğur, İ., and Altındağ, R. (2015). The effect of rock properties on the capillary water absorption coefficients of the different natural stone types. EUROCK 2015 & 64th Geomechanics Colloquium: Future development of rock mechanics (pp. 571-576). https://www.researchgate.net/publication/282852838_ The_effect_of_rock_properties_on_the_capillary_water_absorption_coefficients_of_the_ different_natural_stone_types

Watsantachad, N. (2005). A study of laterite used in Khmer architecture in Thailand [Doctoral dissertation, The University of York]. https://etheses.whiterose.ac.uk/id/ eprint/14072/1/428413.pdf