Genetics Drug Resistant Malaria
Main Article Content
Abstract
มาลาเรียเป็นโรคติดเชื้อที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศแถบร้อนและร้อนชื้นโดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค มาลาเรียเกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวในจีนัส Plasmodium ก่อให้เกิดโรคในคนและสัตว์ แต่เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคในคนมีเพียง 5 ชนิด ได้แก่ Plasmodium falciparum, P. vivax., P. malariae, P. ovale และ P. knowlesi แต่ละปีมีผู้ติดเชื้อประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลกและมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 1.5-2.7 ล้านคน ประเทศไทยมีรายงานการระบาดของมาลาเรีย ส่วนใหญ่จากพื้นที่จังหวัดตามแนวชายแดน โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นภูเขาสูงหรือเป็นป่าทึบตามแนวชายแดนไทย-พม่า ชายแดนไทย-กัมพูชาและชายแดนไทย-มาเลเซีย ปี 2553 กรมควบคุมโรคมีรายงานพบผู้ป่วยทั้งประเทศจำนวน 45,629 ราย
เป็นชาวไทย 18,371 ราย และชาวต่างชาติ 27,257 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2552 พบจำนวนผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 ขณะที่ผู้ป่วยชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.26 ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นคือปัญหาการดื้อต่อยาของเชื้อมาลาเรีย
การรักษาโรคมาลาเรียในประเทศไทยที่ผ่านมามีการใช้ยาหลายชนิดในการรักษาผู้ติดเชื้อมาลาเรีย ชนิดฟัลชิพารัม เช่น ยาคลอโรควิน (Chloroquine) ยาควินิน (Quinine) ยาซัลฟาดอกซิน-ไพริเมทามีน(Sulfadoxine-pyrimethamine) ยาเมฟโฟลควิน (Mefloquine) ซึ่งในปัจจุบันยาส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ผล เนื่องจากเชื้อมาลาเรียได้พัฒนาตนเองให้สามารถต้านทานต่อยาที่ใช้รักษา ปัจจุบันมีเพียงยากลุ่มอนุพันธ์ของอาร์ติมิินิน (Artemisinin) ที่สามารถใช้รักษาโรคมาลาเรียจากเชื้อชนิดฟัลซิพารัมได้ อย่างไรก็ตามการใช้ยาในกลุ่มนี้ตัวเดียวพบว่ามีอัตราการเกิด recrudescence ได้สูง จึงมีความจำเป็นต้องให้ร่วมกับยาในกลุ่มอื่น เช่นยาเมฟโฟลควิน ส่วนการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อมาลาเรียชนิดไวแวกซ์ ปัจจุบันใช้ยาคลอโรควิน (Chloroquine) และไพรมาควิน (Primaquine) เป็นยามาตรฐานหลักในการรักษา ปัจจุบันพบแนวโน้มของความไวของเชื้อต่อยาก็เริ่มลดลง ดังนั้นหากเชื้อมาลาเรียทั้งสองชนิดนี้สามารถพัฒนาตัวเองจนดื้อต่อยาหลักทั้งสองขนานที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็จะส่งผลให้ต้องมีการพัฒนายาชนิดใหม่ๆ มาใช้ในการรักษาต่อไป ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
ปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับ เชื้อมาลาเรีย คน และพาหะนำโรค ส่งผลให้เกิดการดื้อต่อยาของเชื้อมาลาเรีย เช่น การใช้ยาต้านมาลาเรียอย่างไม่ถูกต้อง รวมถึงการใช้ยาที่ไม่ต่อเนื่อง การใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหตุให้เชื้อมาลาเรียพัฒนาตนเองโดยการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของมันเพื่อให้อยู่รอดในสภาวะที่มียา ส่งผลให้เกิดการดื้อยาได้ ปัจจัยทางด้านผู้ป่วยเองก็ส่งผลต่อความรุนแรงของโรคมาลาเรียได้ นอกจากนี้ภาวะโลกร้อนและการดื้อต่อยาฆ่าแมลงของยุงพาหะก็ทำให้โรคนี้มีการระบาดออกไปได้อย่างกว้างขว้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการศึกษากลไกที่ทำให้เกิดการดื้อยาของเชื้อจึงมีความจำเป็นต่อการควบคุมและกำจัดโรคมาลาเรียในอนาคต
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
The opinions and content expressed in the articles are solely those of the individual authors and do not necessarily reflect the views of the journal or the authors’ affiliated institutions. Authors are fully responsible for the accuracy and correctness of their work.
Any reuse, reproduction, or redistribution of the articles, content, data, or images in other forms requires prior written permission from the Division of Vector Borne Diseases.