The use of Time Series Analysis modeling approach to Malaria situation in Thailand, 2012
Main Article Content
Abstract
โรคมาลาเรีย เป็นโรคปาราสิตที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดฟัลซิปารัม (Plasmodium falciparum) ชนิดไวแวกซ์ (Plasmodium vivax) ชนิดมาลาริอี (Plasmodium malariae) และชนิดโอวาเล่ (Plasmodium ovale) ในประเทศไทยพบได้ทั้งสี่ชนิด แต่ที่พบมากที่สุดได้แก่ชนิดฟัลซิปารัมและชนิดไวแวกซ์ ส่วนชนิดโนซี่ (Plasmodium knowlesi) ยังพบน้อยมากในประเทศไทย พาหะที่สำคัญของโรคมาลาเรีย ในประเทศไทยได้แก่ยุงก้นปล่องชนิดมินิมัส (Anopheles minimus) และ ชนิดไดรัส (Anopheles dirus) นอกจากนี้พาหะที่สำคัญในป่าทางภาคใต้ได้แก่ชนิดไดรัส และชนิดแมคคิวลาตัส (Anopheles maculatus) ซึ่งเป็นพาหะบริเวณชายฝั่งทะเล เนื่องจากพาหะนำโรคมีแหล่งเพาะพันธุ์ตามป่าเขาชายแดน ดังนั้นการระบาดของโรคจึงมีแพร่กระจายบริเวณชายแดนของประเทศเป็นส่วนใหญ่ ในเขตเมืองหรือที่ราบภาคกลางจะไม่มีการแพร่เชื้อหรือมีก็น้อยมาก
การแพร่เชื้อมาลาเรียมีรูปแบบการกระจายของโรคอยู่ 2 ช่วง (Transmission peak) โดยช่วงแรกเริ่มพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายน และช่วงที่ 2 เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนธันวาคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพ่นเคมีที่มีฤทธิ์ตกค้างก่อนที่จะเริ่มมีการแพร่เชื้อ บริเวณชายแดนของประเทศ ซึ่งมีการแพร่เชื้อชุกชุม มีการอพยพเคลื่อนย้ายอยู่ตลอดเวลาทั้งภายในและระหว่างประเทศ การระบาดของโรคจึงเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ทำให้ยากต่อการควบคุมและเป็นปัญหาในการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา นอกจากนี้ปัญหาการป่วยที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงและการตายจากโรคอาจเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากประชาชนที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน เดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการแพร่เชื้อมาลาเรีย ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อและทำให้เสียชีวิตได้ง่ายด้วย
การดำเนินงานควบคุมโรคมาลาเรียในปัจจุบัน ยังคงเน้นมาตรการการค้นหาผู้ป่วยให้ได้ทั่วถึงและให้การรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิภาพสูงโดยเร็ว เพื่อป้องกันการป่วยตายและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ การดำเนินงานในรูปมาลาเรียคลินิกเคลื่อนที่ลดลงไปเนื่องจากงบประมาณที่จำกัด แต่ได้มีการจัดตั้งมาลาเรียคลินิกในชุมชนเพิ่มขึ้นซึ่งส่วนใหญ่ได้รับงบประมาณจากโครงการกองทุนโลกด้านมาลาเรีย ทั้งรอบที่ 2 และรอบที่ 7 โดยได้ดำเนินการให้การตรวจโรคด้วยชุดตรวจหาเชื้อมาลาเรียสำเร็จรูป และให้การรักษาประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติในพื้นที่ห่างไกลและติดชายแดนโดยไม่คิดมูลค่าและให้การรักษาผู้ป่วยทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
นอกจากนี้ การดำเนินงานควบคุมโรคล่วงหน้า โดยการพ่นเคมีบ้านเพื่อลดอายุขัยของยุงพาหะในพื้นที่แพร่โรคสูงตามแนวชายแดน รวมทั้งการส่งเสริมจัดหามุ้งและมุ้งชุบสารเคมีให้ประชาชนในพื้นที่เป็นการดำเนินงานที่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมและเกิดการประสานความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่น เพื่อร่วมกันจัดทำโครงการพิเศษขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาใช้ในการแก้ปัญหาในชุมชนด้วย
ปัญหาสำคัญในการควบคุมโรคมาลาเรียในประเทศไทย คือการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่แพร่เชื้อบริเวณชายแดนสูง โดยเฉพาะชายแดนด้านประเทศพม่าซึ่งมีการควบคุมโรคได้เพียงบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งกลุ่มผู้อพยพที่เข้ามาในประเทศไทยส่วนใหญ่มีเชื้อมาลาเรียอยู่ในร่างกาย จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ นอกจากนี้ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ปัญหาเชื้อมาลาเรีย ชนิดฟัลซิปารัมดื้อต่อยาหลายขนาน และกำลังพัฒนาให้ดื้อต่อยาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันโดยเฉพาะเชื้อมาลาเรียบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน และความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป
สำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค มีนโยบายเฝ้าระวังป้องกันและรักษาโรคมาลาเรีย อย่างชัดเจน โดยประชาชนต้องได้รับบริการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ทั้งผู้ป่วยไทยและผู้ป่วยต่างชาติสามารถรับบริการได้อย่างเท่าเทียมกันทุกสถานบริการของรัฐ ในพื้นที่อำเภอและหมู่บ้านที่เป็นแหล่งระบาดของโรค จะมีคลินิกพิเศษตั้งอยู่ในพื้นที่ครบทุกหมู่บ้าน ซึ่งให้บริการตรวจและรักษาเฉพาะโรคมาลาเรียด้วยยาที่มีประสิทธิภาพสูง โดยไม่คิดมูลค่าหวังผลให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วทันทีที่เริ่มมีอาการป่วย มีผลให้ลดจำนวนผู้ป่วยที่เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมทุกภาคส่วนของสังคมในการมีส่วนร่วมสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพพัฒนาพฤติกรรมในการป้องกันโรคของประชาชนควบคู่กับการดำเนินมาตรการควบคุมยุงพาหะในพื้นที่แหล่งแพร่เชื้อ พัฒนาระบบเฝ้าระวังเชื้อมาลาเรียดื้อยา การเฝ้าระวังยุงพาหะดื้อต่อยาฆ่าแมลง และพัฒนางานวิจัยเพื่อนำผลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนามาตรฐานการควบคุมโรค ซึ่งผลจากการควบคุมโรคอย่างเข้มข้น ทำให้อัตราป่วยและอัตราตายลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สามารถกำจัดโรคออกไปจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศได้แล้วยกเว้นพื้นที่ป่าเขา ชายแดนที่ยังมีการแพร่โรคอยู่รวมทั้งพื้นที่ที่มีการปลูกสวนยางมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดภาคอีสาน
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
The opinions and content expressed in the articles are solely those of the individual authors and do not necessarily reflect the views of the journal or the authors’ affiliated institutions. Authors are fully responsible for the accuracy and correctness of their work.
Any reuse, reproduction, or redistribution of the articles, content, data, or images in other forms requires prior written permission from the Division of Vector Borne Diseases.