ศักยภาพการบริหารจัดการของผู้นำภาครัฐและภาคเอกชน : กรณีศีกษาจากหลักสูตรผู้นำคลื่นลูกใหม่ในราชการไทย รุ่นที่ 4 ปี 2548
Main Article Content
บทคัดย่อ
หลักสูตรผู้นําคลื่นลูกใหม่ในราชการไทยรุ่นที่ 4 ซึ่งอบรมระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 31 มีนาคม 2548 ณ สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรียน สำนักงาน ก.พ. มีการพบผู้นําทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 26 คน มาเป็นวิทยากร บรรยาย ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ทั้งชีวิตราชการ การปฏิบัติงาน และชีวิตส่วนตัว ครอบครัว ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จึงสรุปเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษา ค้นคว้า ถึงหลักแนวคิด ปรัชญาการปฏิบัติตน การปฏิบัติงานตามแนวทางการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ด้านการครองตน การครองคน การครองงาน และการครองสังคม ดังนี้
การครองตน ต้องมีคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กระบวนการคิดเป็นระบบ ความคิดเชิงบวก วางแผนเชิงกลยุทธ์ สามารถคิดนอกกรอบการปฏิบัติงานเดิม และมีความรับผิดชอบ
การครองคน ต้องมีความถูกต้องตามทํานองคลองธรรม มีความเป็นธรรม ยุติธรรม เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ งานและองค์กร ต้องลงมาสัมผัสกับความจริง ยกย่องคนดี ให้โอกาสผู้ใต้บังคับบัญชา และต้องรู้จักฟัง
การครองงาน สิ่งที่สำคัญ สร้างคน เมื่อคนมีศักยภาพแล้ว ระบบและงาน จะตามมาเอง ต้องอ่านหนังสือ เรียนรู้จากของจริง ท่าให้เกิดความเชี่ยวชาญและสร้างมูลค่าในงานได้ สามารถมองความเป็นเหตุเป็นผลของงาน และมุมมองที่แตกต่าง หางานเป็นทีม ปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และประเด็นที่สำคัญคือ ใช้หลักธรรมะ เช่น กฎแห่งกรรม พระไตรลักษณ์ สัปปุริสธรรม 7 ประการ
การครองสังคม ดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างมีคุณธรรม มีจิตวิญญาณ อุดมการณ์ที่ถูกต้อง ยอมรับกติกา นอกเหนือจากคิดดีแล้ว ต้องกล้าท้าความดี รู้จุดดี จุดเด่นของตนและองค์กร เพื่อพร้อมที่จะแข่งขันเปรียบเทียบกับ องค์กรหรือหน่วยงานอื่น และที่สำคัญต้องอาสาทำงาน กล้าท้างานท้าทาย ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของทั้ง ระบบสากลและของโลก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น