สภาวะสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ของแรงงานพม่าอพยพในกลุ่มการผลิตยางพาราในจังหวัดพังงา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาภาคตัดขวางครั้งนี้ ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม 2547 เพื่อที่จะวิเคราะห์ สถานะสุขภาพของแรงงานชาวพม่าอพยพในกลุ่มการผลิตยางพาราของจังหวัดพังงา โดยใช้แบบสำรวจสุขภาพที่แปลเป็นภาษาพม่า กลุ่มตัวอย่างศึกษาจำนวน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มปลูกและผลิตน้ำยางพารา (พื้นที่ศึกษา A) (n-363) และกลุ่มแปรรูปไม้ยางพารา (พื้นที่ศึกษา B) (n=114) ระดับความรุนแรงของอาการ 3 ระดับ (ไม่รุนแรง ปานกลาง และรุนแรง) จากสภาวะสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์ทั้งหมด 68 อาการที่มีการรายงานด้วยตนเองในช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมาของผู้ตอบแบบสอบถามน่ามาวิเคราะห์ค่าบ่งชี้สุขภาวะเชิงลบ (AES) ของอาการที่มีการรายงานด้วยตนเอง โดยคำนวณจาก จำนวนของผู้ตอบแบบสอบถามที่ปรากฏอาการ (“Total yes”) ซึ่งปรากฏอาการไม่รุนแรง ปานกลาง หรือรุนแรง หารด้วยจำนวนของผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่ปรากฏอาการ ("No") จากการศีกษา พบว่า ในพื้นทีศึกษา A และ B มี 14 อาการที่แสดงสัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามที่ปรากฏอาการและไม่ปรากฏอาการ ในท่านองเดียวกัน ในกลุ่มอายุ <30 ปี และ >30 ปี มีจำนวน 15 อาการ และในเพศชายและหญิง มีจำนวน 19 อาการ จากอาการที่พบบ่อย 16 อาการ มีค่า AEStotal yes>5 มีจำนวน 4 อาการที่มีค่า AEStotal yes ≥1.0 ซึ่งได้แก่ ปวดหลังส่วนล่าง ปวดหัว ปวดเมื่อยตามล่าตัว และอ่อนเพลีย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเพศ พบว่า ค่าบ่งชี้สุข ภาวะเชิงลบ AEStotal yes (Z=-1.609, P=0.108), AESmild (Z=-1.395, P=0.163), และ AESmoderate (Z=-0.890, P=0.378) มีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสําคัญทางสถิติ ในขณะที่ ค่าเฉลี่ย AESsevere ในกลุ่มเพศหญิงมากกว่าในกลุ่มผู้ชาย มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (Z=3.216, P=0.001) การศึกษานี้ ชี้ให้เห็นว่า การติดตามประเมินสภาวะสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์หรือการดูแลสุขภาพโดยทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการประกอบ อาชีพในกลุ่มชาวพม่าอพยพ มีความสำคัญสำหรับการใช้มาตรการป้องกันควบคุมโรค มาตรการทางสังคมและ กฎหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภูมิหลังของการเกิดสภาวะสุขภาพที่ไม่พึงประสงค์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น