การประเมินผลการดำเนินงานกำจัดเชื้อมาลาเรียที่ทนต่อยาอนุพันธ์อาร์ติมิชินินบริเวณข่ายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้โครงการ The containment of artemisinin tolerant malaria parasites in South-East Asia โดยประยุกต์ใช้ Impact evaluation model
Main Article Content
บทคัดย่อ
โรคมาลาเรียยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะบริเวณเขตร้อน โดยเฉพาะในปัจจุบันพบว่า เชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิปารัมดื้อต่อยาผสมอนุพันธ์อาร์ติมิชินินในบริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา เพื่อยับยั้งไม่ให้เชื้อมาลาเรียที่ดื้อต่อยารักษาดังกล่าวแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ประเทศไทยจึงได้ร่วมกับประเทศกัมพูชาดำเนินโครงการยุทธศาสตร์เพื่อการยับยั้งเชื้อมาลาเรียที่ทนต่อยาอนุพันธ์อาร์ติมิชินินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างปี 2552-2554 การประเมินผลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและผลกระทบโครงการ เพื่อนำผลการประเมินที่ได้ไปเป็นข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินโครงการยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรียในประเทศไทยภายใต้โครงการกองทุนโลกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การประเมินผลครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค ระบบรายงานและผลการสำรวจความรู้ การรับรู้และการป้องกันเกี่ยวกับโรคมาลาเรียของประชาชนในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรียภายใต้โครงการดังกล่าว การประเมินผลพบว่า การดำเนินงานโครงการยุทธศาสตร์เพื่อการยับยั้งเชื้อการแพร่เชื้อ มาลาเรียที่ทนต่อยาอนุพันธ์อาร์ติมิชินินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างปี พ.ศ.2552-2554 สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อและลดอัตราการติดเชื้อมาลาเรียในประชากรกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนสามารถลดแหล่งแพร่เชื้อมาลาเรียในพื้นที่ดำเนินโครงการได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เมื่อสิ้นสุดโครงการในปี 2554 พบว่า อัตราการติดเชื้อมาลาเรียต่อพันประชากรลดลงร้อยละ 24.4 อัตราการติดเชื้อมาลาเรียฟัลซิปารัมต่อประชากรพันคนลดลงร้อยละ 68 และจำนวนหมู่บ้านที่มีการแพร่เชื้อมาลาเรียลดลงร้อยละ 28.2 เพื่อให้การยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรียชนิดฟัลชิปารัมประสบผลสำเร็จตามที่กำหนด ควรมีการดำเนินโครงการๆ อย่างต่อเนื่องและควรขยายโครงการไปในพื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรียบริเวณอื่นๆ มาตรการที่สำคัญที่ควรมุ่งเน้นประกอบด้วยการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกให้มีประสิทธิภาพและให้การรักษาผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการเหล่านี้อย่างรวดเร็ว การเร่งรัดการดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับประชากรกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนการจัดหาและกระจายมุ้งชุบสารเคมีให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มเสี่ยงทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการป้องกันโรคมาลาเรียที่เหมาะสมนอกจากนี้ควรมีการศึกษาวิจัยภาคสนามเพื่อพัฒนากลวิธีการยับยั้งการแพร่เชื้อฟัลซิปารัมให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการเข้าถึงบริการตรวจรักษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การป้องกันตัวเองและการควบคุมยุงพาหะในกลุ่มคนที่อพยพเคลื่อนย้ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อคิดเห็นและเนื้อหาที่ปรากฏในบทความเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้แต่งแต่ละท่าน มิได้สะท้อนถึงทัศนะของวารสารหรือหน่วยงาน/สถาบันต้นสังกัด ความถูกต้องและข้อผิดพลาดใด ๆ เป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งโดยเฉพาะ
การนำบทความ เนื้อหา ข้อมูล หรือภาพประกอบไปใช้ซ้ำหรือเผยแพร่ในลักษณะอื่น ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กองโรคติดต่อนำโดยแมลง ก่อนเท่านั้น