การปล่อยและการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

Carbon Dioxide Emission and Carbon Sequestration in Lampang Rajabhat University

ผู้แต่ง

  • ถิรนันท์ สอนแก้ว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง
  • ดลฤดี สุขใจ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง
  • ละมาย จันทะขาว คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง
  • อภิศักดิ์ จักรบุตร คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง
  • ปริยนุช ปัญญา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง
  • ศรายุทธ มาลัย คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง
  • จตุทิพย์ ก๋ายะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง

คำสำคัญ:

ก๊าซเรือนกระจก, การกักเก็บคาร์บอน, มหาวิทยาลัยสีเขียว, คาร์บอนเครดิต, ความยั่งยืน

บทคัดย่อ

        ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการการปล่อยและกักเก็บคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพของต้นไม้ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางในการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับเป็นข้อมูลปีฐาน และประเมินแนวทางการพัฒนาเป็นคาร์บอนเครดิตของมหาวิทยาลัย และ 2) ประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงการวิเคราะห์แหล่งที่มาหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจำแนกตามขอบเขตการปล่อยก๊าซประเภทที่ 1 - 3 การศึกษาเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามในปี 2566 และวิเคราะห์ข้อมูลตามแนวทางขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจกและคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC, 2006) ตามหลักมาตรฐานการจัดทำบัญชีและการรายงานก๊าซเรือนกระจกสำหรับองค์กร ผลการวิจัยพบว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางมีต้นไม้ส่วนใหญ่อยู่กลุ่มพรรณไม้ทั่วไปมีจำนวนคิดเป็น 95.8% รองลงมาเป็นกลุ่มปาล์มคิดเป็น  4.1%  และเถาวัลย์ โดยไม่พบกลุ่มไผ่และพรรณไม้ป่าชายเลน เมื่อคำนวณมวลชีวภาพรวมพบว่าเท่ากับ 3,420 ตัน โดยสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ารวมได้ 5,885 ตัน ซึ่งมาจากมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน 4,628 ตัน และมวลชีวภาพใต้ดินได้ 1,257 ตัน อย่างไรก็ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมหาวิทยาลัยในปี 2566 เกิดจากกิจกรรมประเภทที่ 1 ซึ่งเป็นการปล่อยทางตรง คิดเป็นเพียง 6% ซึ่งเกิดจากการใช้ยานพาหนะในการเดินทางไปราชการ การใช้ก๊าซหุงต้ม และการทำการเกษตรและปศุสัตว์ รองลงมาจากการทำกิจกรรมประเภทที่ 3 ด้วยการปล่อยทางอ้อมด้วยวิธีอื่น ๆ คิดเป็น 35.3% ซึ่งมาจากปริมาณขยะ 28.3% การใช้ยานพาหนะ 6.8% และและสิ่งปฏิกูล 0.1% ส่วนกิจกรรมประเภทที่ 2 เป็นการปล่อยทางอ้อมจากการใช้ไฟฟ้าซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดถึง 59.2% หรือ 1834.4 ตัน ของการปลดปล่อยทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ 3,100.34 ตัน เมื่อเทียบในปี 2566 พบว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์คิดเป็นเป็น 52.7% เทียบเท่าของปริมาณที่สะสมอยู่ในต้นไม้ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการวางแผนการจัดการพื้นที่สีเขียว การลดและการชดเชยปริมาณคาร์บอนของมหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืนในอนาคต

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC). IPCC guidelines for national greenhouse gas inventories. Eggleston HS, Buendia L, Miwa K, Ngara T, Tanabe K, editors. Hayama, Japan: Institute for Global Environmental Strategies; 2021.

United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC). Adoption of the Paris Agreement. Report No: FCCC/CP/2015/10/Add.1. 2015 [cited 2025 May 8]. Available from: https://unfccc.int/resource/docs/2015/cop21/eng/10a01.pdf

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร. กรุงเทพฯ: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน); 2565.

Ogawa H, Yoda K, Ogino K, Kira T. Comparative ecological studies on three main types of forest vegetation in Thailand II. Plant biomass. Nat Life SE Asia. 1965;4:49–80.

ชิงชัย วิริยะบัญชา, ภาณุมาศ ลาดปาละ, วัฒนา ศักดิ์ชูวงษ์. การสะสมคาร์บอนของเถาวัลย์ในป่าธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน. ใน: การประชุมวิชาการระดับชาติ เรื่อง ประเทศไทยกับภูมิอากาศโลก ครั้งที่ 2: การเปลี่ยนกระบวนทัศน์สู่เศรษฐกิจสีเขียว; 2554 ส.ค. 18–19; นนทบุรี, ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน); 2554. หน้า 23.

Pearson T, Walker S, Brown S. Sourcebook for land use, land-use change and forestry projects. Development. 2005;21:64.

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). การคำนวณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้. Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER-TOOL-FOR/AGR-01 Version 04. กรุงเทพฯ: องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน); 2566 [เข้าถึงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2566]. เข้าถึงจาก: https://ghgreduction.tgo.or.th/library/308

Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC). 2006 IPCC guidelines for national greenhouse gas inventories. Eggleston HS, Buendia L, Miwa K, Ngara T, Tanabe K, editors. Hayama, Japan: Institute for Global Environmental Strategies; 2006.

คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2554). คู่มือการประเมินคาร์บอนในระบบนิเวศป่าไม้ประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

วสันต์จันทร์แดง, ลดาวัลย์พวงจิตร และ สาพิส ดิลกสัมพันธ์. การกักเก็บคาร์บอน ของป่าเต็งรังและสวนป่ายูคาลิปตัส ณ สวนป่ามัญจาคีรีจังหวัดขอนแก่น. วารสารวนศาสตร์ 2553;29(3):36-44.

ชัญษา กันฉิ่ง, ณัฐพงษ์ฟองมณี, ปาริฉัตร ประพัฒน์, สิทธิศักดิ์ปิ่นมงคลกุล, เกื้อกูล กุสสลา นุภาพ และ บัณฑิตา ใจปินตา. การกักเก็บคาร์บอนในมวลชีวภาพของพืช ที่มีเนื้อไม้ป่าชุมชนห้วยข้าวก่ำ อ.จุน จ.พะเยา. ใน: การประชุมวิชาการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3; 15-17 มิถุนายน 2559; น่าน, ประเทศไทย. น่าน: โรงแรม ดิอิมเพรส; 2559. หน้า 89-95.

ดอกรัก มารอด, ประทีป ด้วงแค, จักรพงษ์ ทองสวี, วงศธร พุ่มพวง, สถิต ถิ่นกำแพง, อนุสรณ์ กุลวงษ์ และ คณะ. การจัดกลุ่มหมู่ไม้และการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของป่าเต็งรัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร. วารสารวิจัยนิเวศวิทยาป่าไม้เมืองไทย 2560;1(1):1-9.

จุฑาพร ทองนุ่น, พิชิต ลำไย, สันติ สุขสะอาด และ ศุภศิษย์ ศรีอักขรินทร. พลวัตป่าไม้และการกักเก็บคาร์บอนในช่วงเวลา 10 ปีในพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์และจังหวัดแพร่. วารสารวนศาสตร์ไทย 2565; 41(2):48-62.

ศศิธร เพชรแสน, สันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์, ดารินทร์ล้วนวิเศษ, วณิชยา จรูญพงษ์ และ ศริยา อินทสิน. ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนและคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนห้วยหินขาว ตำบลด่านศรีสุข อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 2566;11(1):11–23.

Chave J, Andalo C, Brown S, Cairns MA, Chambers JQ, Eamus D, et al. Tree allometry and improved estimation of carbon stocks and balance in tropical forests. Oecologia. 2005;145(1):87–99. doi:10.1007/s00442-005-0100-x

Pan Y, Birdsey RA, Fang J, Houghton R, Kauppi PE, Kurz WA, et al. A large and persistent carbon sink in the world’s forests. Science. 2011;333(6045):988–993.

Vieira S, Trumbore S, Camargo PB, Selhorst D, Chambers JQ, Higuchi N, et al. Slow growth rates of Amazonian trees: consequences for carbon cycling. Proc Natl Acad Sci U S A. 2005;102(51):18502–7.

สุรวุฒิ สุดหา, ดุษฎีพร หิรัญ. คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. วารสารวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 2562;26(1):227–233.

วริศรา สิขิวัฒน์, วิภาดา ทองหอม, ศุภิสรา แขวงโสภา, ธนกฤต เนียมหอม, วิธิดา พัฒนอิสรานุกูล. คาร์บอนฟุตพรินท์ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตพญาไท. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2564;29(4):604-617.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-13

รูปแบบการอ้างอิง

1.
สอนแก้ว ถ, สุขใจ ด, จันทะขาว ล, จักรบุตร อ, ปัญญา ป, มาลัย ศ, ก๋ายะ จ. การปล่อยและการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง: Carbon Dioxide Emission and Carbon Sequestration in Lampang Rajabhat University. AdvSciJ [อินเทอร์เน็ต]. 13 กรกฎาคม 2026 [อ้างถึง 22 กรกฎาคม 2026];26(2):110-39. available at: https://li02.tci-thaijo.org/index.php/adscij/article/view/1190

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย