การรู้เท่าทันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการปฏิบัติงานของนักวิชาการเกษตร กรมการข้าว
DOI:
https://doi.org/10.57260/stc.2026.1288คำสำคัญ:
การรู้เท่าทัน , ปัญญาประดิษฐ์, นักวิชาการเกษตร , กรมการข้าวบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาการรู้เท่าทันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิบัติงานของนักวิชาการเกษตร และเปรียบเทียบการรู้เท่าทันในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ทั้ง 4 ด้าน จำแนกตามลักษณะพื้นฐานส่วนบุคคล และลักษณะการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา คือนักวิชาการเกษตรของกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว ส่วนกลางและภูมิภาคจำนวน 32 ศูนย์ ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 131 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยค่า t-test F-test และวิเคราะห์ความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี LSD
ผลการวิจัยพบว่า พบว่า นักวิชาการเกษตรมีการรู้เท่าทันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.70) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า นักวิชาการเกษตรที่มีตำแหน่งงานแตกต่างกัน ประสบการณ์การทำงานแตกต่างกันและความถี่ในการใช้งานปัญญาประดิษฐ์แตกต่างกันจะมีการรู้เท่าทันในการใช้ปัญญาประดิษฐ์แตกต่างกัน (p<0.05) ปัญหาการรู้เท่าทันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ของนักวิชาการเกษตร คือ การใช้และประยุกต์ใช้ยังคงอยู่ในระดับปานกลางซึ่งเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่รวดเร็ว ทำให้นักวิชาการเกษตรที่มีอายุมากเกิดปัญหาเรื่องการใช้งานและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ซึ่งทำให้การใช้ประโยชน์จากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้นักวิชาการเกษตรควรมีการติดตามข่าวสารและการตระหนักถึงการใช้งานปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรมอยู่เสมอเพื่อนำมาพัฒนาและรู้เท่าทันการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ ในด้านการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเกษตร อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กนกรัตน์ นันทะเสน และ วรทัศน์ อินทรัคคัมพร. (2561). ความรู้และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ ของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย. วารสารเกษตร, 34(22), 89-99. https://li01.tci-thaijo.org/index.php/joacmu/article/view/176742
กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2565). แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565-2570. https://www.ai.in.th/wp-content/uploads/2022/12/20220726-AI.pdf
ณัฐพล บัวอุไร, พิมพ์เพ็ญ เธียรสิทธิพงศ์ และ ชุดา วิมุกตายน. (2568). การพัฒนาแบบประเมินความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษา. วารสารการบริหารและความเป็นผู้นำทางการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2(2), 1645. https://so15.tci-thaijo.org/index.php/LEAD/article/view/1645
เต็มศิริ วันล้วน, ภรณี หลาวทอง, สุรเกียรติ ปริชาตินนท์ และ ชินจิรัฎฐ์ จรัญศิริไพศาล. (2568). การยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสุรินทร์. วารสารการบริหารการปกครองและนวตกรรมท้องถิ่น, 9(2), 393-480. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLGISRRU/article/view/289275
ธัญญรักษ์ บุญตามหนุน. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้เทคโนโลยี AI (Machine Learning) ในการทำงานในอุตสาหกรรมลิสซิ่งกรณีศึกษาบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์).
ธัญมาศ ทองมูลเล็ก และ ปรีชา วิจิตรธรรมรส. (2560). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับและการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ในสังคมไทย. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 5(2), 114-124. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcosci/article/view/111536
มารุต โจมแก้ว และ สุกัญญา เชิญขวัญ. (2568).ความรู้และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรระดับตำบลในจังหวัด ขอนแก่น.วารสารแก่นเกษตร, 53(2), 280-301. https://li01.tci-thaijo.org/index.php/agkasetkaj/article/view/263077
เรวัต แก้วเลิศตระกูล, พุฒิสรรค์ เครือคำ, พหล ศักดิ์คะทัศน์ และ นพพร บุญปลอด. (2562). การปฏิบัติในระบบการส่งเสริมการเกษตรมิติใหม่ (MRCF SYSTEM) ของนักส่งเสริมการเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารส่งเสริมและวิจัยการเกษตร, 6(3), 114-125. https://li01.tci-thaijo.org/index.php/MJUJN/article/view/232979
วัชราภรณ์ ประทุมโพธิ์, พิชัย ทองดีเลิศ และ พัชราวดี ศรีบุญเรือง. (2568). อัจฉริยภาพทางดิจิทัลในการปฏิบัติงานของนักวิชาการเกษตรในเขตภาค กลาง. วารสารเกษตรพระจอมเกล้า, 43(1), 63-72. https://li01.tci-thaijo.org/index.php/agritechjournal/article/view/260951
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2566). แผนปฏิบัติการดิจิทัลของกรมการข้าว ปี 2566 - 2570. https://ictc.ricethailand.go.th/page/9842
สุรินทร์ นิยมางกูร. (2556). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์และสถิติที่ใช้. กรุงเทพมหานคร: บุ๊คส์ ทู ยู.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. (2563). นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม พ.ศ. 2561–2580. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล. https://www.dga.or.th/wp content/uploads/2019/12/file_a4896b965af230086779f7fc85041235.pdf
Brynjolfsson, E. and Mitchell, T. (2017) What Can Machine Learning Do? Workforce Implications. Science, 358, 1530-1534. https://doi.org/10.1126/science.aap8062
Chatwal, M., Garg, V., & Rajput, N. (2023). Role of AI in the education. Lloyd Business Review, 2(1), 1–7. https://lloydbusinessreview.com/index.php/lbr/article/view/11
Jayasuriya R, Selvanayaki S, Murugananthi D, Deepa N, Kalpana M. (2025). Assessing the impact of AI on the academic learning of agricultural students. Plant Science Today, 12(1), 1-6. https://doi.org/10.14719/pst.10001
Kohnke, L., Moorhouse, B. L., & Zou, D. (2023). ChatGPT for language teaching and learning. RELC Journal, 54(2), 537-550. https://doi.org/10.1177/003368822311628
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Mishra, P., Warr, M., & Islam, R. (2023). TPACK in the age of ChatGPT and Generative AI. Journal of Digital Learning in Teacher Education, 39(4), 235-251. https://doi.org/10.1080/21532974.2023.2247480
Ward, M.J.M., Degazio, T. & Bowman, J. (2025). Great Lakes coastal wetland plant biodiversity increases following the manual removal of invasive Phragmites australis. Wetlands Ecol Manage, 33, 2. https://doi.org/10.1007/s11273-024-10021-4
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ



