สถานการณ์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตกเลือดหลังคลอด อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร

ผู้แต่ง

  • ปองรัก ฒุณฑวุฒิ โรงพยาบาลเต่างอย

DOI:

https://doi.org/10.57260/stc.2024.749

คำสำคัญ:

สถานการณ์, ตกเลือดหลังคลอด , มารดาหลังคลอด

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบเก็บข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective cohort study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตกเลือดหลังคลอด ในอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร กลุ่มตัวอย่าง คือ มารดาหลังคลอด ที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลเต่างอย จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2566 จำนวน 750 คน รวบรวมข้อมูลด้วยแบบคัดลอกข้อมูลจากแบบบันทึกสุขภาพมารดาของกระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติ Chi square ผลการวิจัยพบว่า อัตราการตกเลือดหลังคลอดในปีงบประมาณ 2560 – 2566 จำนวน 13 ราย อุบัติการณ์การตกเลือดหลังคลอดสูงสุดในปี 2566 ร้อยละ 3.03 รองลงมา ปี 2564, 2560, 2562,  2565, 2561 และ 2563 พบมารดาตกเลือดหลังคลอดร้อยละ 2.88, 2.26, 1.75, 1.12, 0.85 และ 0.79 ตามลำดับ 
ทั้งนี้มีปัจจัยระดับ BMI ของมารดา จำนวนครั้งของการตั้งครรภ์ มีความสัมพันธ์กับการตกเลือด หลังคลอด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p – value = 0.025, 0.007) ส่วนปัจจัยด้านโรคประจำตัว โรคความดันโลหิตสูง โลหิตจาง โรคซึมเศร้า ประวัติมีทารกตายในครรภ์ หรือเสียชีวิตแรกเกิด (1 เดือนแรก) น้ำหนักทารกแรกคลอด ระดับความเข้มข้นของเลือดมารดา ประวัติการผ่ามดลูก/ขูดมดลูก/แท้ง ภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด (การฉีกขาดของแผล,การคลอดท่าที่ผิดปกติ และความผิดปกติของรก มีความสัมพันธ์กับการตกเลือดหลังคลอดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (p – value = 0.001 ทุกปัจจัย) จากผลการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตกเลือดหลังคลอด เป็นข้อมูลพื้นฐานในการปรับปรุงและพัฒนาแนวทางปฏิบัติการพยาบาลมารดาตกเลือดหลังคลอด ตั้งแต่ระยะฝากครรภ์ ระยะคลอด และหลังคลอด ตลอดจนแนวทางการดูแลมารดาหลังคลอดขณะอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อลดอัตราการเกิดภาวะตกเลือดหลังคลอดรวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2024-02-29

How to Cite

ฒุณฑวุฒิ ป. (2024). สถานการณ์และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตกเลือดหลังคลอด อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน, 2(2), 1–16. https://doi.org/10.57260/stc.2024.749