การปฏิบัติดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรของช่างเกษตรท้องถิ่นหลักสูตรเน้นหนักเพื่อการใช้เครื่องจักรกลเกษตรในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • ศศินา มูลใจทราย ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • ชลาธร จูเจริญ ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • ปรีดา สามงามยา ภาควิชาส่งเสริมและนิเทศศาสตร์เกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

คำสำคัญ:

เครื่องจักรกลเกษตร, เครื่องยนต์การเกษตร, ทักษะช่างกลเกษตร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ศึกษา 1) ปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคม 2) ความรู้ในหลักการทำงานเครื่องยนต์เกษตรของช่างเกษตรท้องถิ่น 3) การปฏิบัติในการดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรของช่างเกษตรท้องถิ่น 4) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยพื้นฐานส่วนบุคคล เศรษฐกิจและสังคมกับการปฏิบัติในการดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรของช่างเกษตรท้องถิ่นหลักสูตรเน้นหนักเพื่อการใช้เครื่องจักรกลเกษตรในประเทศไทย สุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย 146 คน ใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไคสแควร์  ผลการวิจัยพบว่า 1) เกษตรกรเป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 38.45 ปี มากกว่าครึ่งมีระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า รายได้จากการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรเฉลี่ยต่อปี 4,321.90 บาท รายจ่ายจากการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรเฉลี่ยต่อปี 1,921.23 บาท ประสบการณ์ในการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตรเฉลี่ย 0.62 ปี จำนวนแรงงาน เฉลี่ย 1 คน 2) ความรู้ในหลักการทำงานทั่วไปของเครื่องยนต์เกษตรอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 23.56) 3) การปฏิบัติในการดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรอยู่ในระดับบางครั้ง (ค่าเฉลี่ย 2.29) และ 4) การปฏิบัติในการดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรของช่างเกษตรท้องถิ่นหลักสูตรเน้นหนักมีความสัมพันธ์กับรายได้จากการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร ประสบการณ์ในการซ่อมเครื่องจักรกลเกษตร และจำนวนแรงงานในครัวเรือนที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ดังนั้น รัฐบาลควรส่งเสริมการสร้างช่างเกษตรท้องถิ่นเพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพในการดูแลรักษาและซ่อมแซมเครื่องยนต์เกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA). 2564. สูงวัยในศตวรรษที่ 21: การเฉลิมฉลองและความท้าทาย. (ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล: https://www.unfpa.org/sites/default/files/pub-pdf/Thai%20summary_Ageing%20in%20the%2021st%20Century_0.pdf (9 ธันวาคม 2567).

กองส่งเสริมโครงการพระราชดำริ การจัดการพื้นที่และวิศวกรรมเกษตร. 2564. คู่มือโครงการส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร. กรมส่งเสริมการเกษตร.กรุงเทพมหานคร. 13 หน้า.

ฐณวัฒน์ มังคละเศรณี. 2566. การส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลและเครื่องมือการเกษตรของสมาชิกกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ในอำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์เกษตรศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นนทบุรี. 128 หน้า

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา. 2566. แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม: เครื่องจักรกลการเกษตร ปี 2567-2569. (ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล: https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/agriculture/agricultural-machinery/io/agriculture-machinery-2024-2026 (9 ธันวาคม 2567).

มุสตอฝา อาลีดีมัน. 2561. พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการเครื่องจักรกลหนักเกี่ยวกับการเกษตรในเขตพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพมหานคร. 102 หน้า.

สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน 2563. โครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร กิจกรรมส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร.(ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล: http://www.haec06.doae.go.th/new_page_2.htm (9 ธันวาคม 2567).

อัปสรรัชย์ น้ำทรง และสมชาย ชวนอุดม. 2563. การประมาณค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาและลักษณะการชำรุดเสียหายจากการใช้งานเครื่องเกี่ยวนวดข้าวในประเทศไทย. วารสารวิจัย มข. 21(4): 131-144.

Krejcie, R. V. and D. W. Morgan. 1970. Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement 30(3): 607–610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-21

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย บทความวิชาการ